WorldBank2026 WorldBank2026

ตึก สตง. ถล่ม คดีไปถึงไหน? เปิดไทม์ไลน์ส่งฟ้อง 23 ราย ย้ำคดียังไม่สิ้นสุด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดไทม์ไลน์คดีตึก สตง. ถล่ม หลังเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปี 2568 พร้อมชี้ความแตกต่างระหว่าง “คดียังไม่สิ้นสุด” กับ “คดีไม่มีความคืบหน้า”

จากกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ความสูง 30 ชั้น พังถล่มลงมาจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 95 ราย และเกิดคำถามเกี่ยวกับความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น

ล่าสุด สตง. มีการเผยแพร่อินโฟกราฟิกสรุปไทม์ไลน์ความคืบหน้าคดีตึก สตง. ถล่ม พร้อมตั้งคำถามว่า “ตึก สตง. ไม่มีความคืบหน้าจริงหรือ?” โดยระบุว่า การนำเสนอข่าวควรแยกให้ชัดเจนระหว่างคำว่า “คดียังไม่สิ้นสุด” กับ “คดีไม่มีความคืบหน้า” เนื่องจากเป็นคนละประเด็นกัน 

 

ตึก สตง. สตง.
ตึก สตง. ถล่ม คดีไปถึงไหน? เปิดไทม์ไลน์ส่งฟ้อง 23 ผู้ต้องหา ย้ำคดียังไม่สิ้นสุด

สำหรับไทม์ไลน์คดี เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 เกิดเหตุแผ่นดินไหวจนทำให้อาคาร สตง. สูง 30 ชั้น พังถล่ม โดยอาคารดังกล่าวมีมูลค่าตามสัญญา 2,136 ล้านบาท และมีการเบิกจ่ายเงินไปแล้วประมาณ 900 ล้านบาท

ต่อมาวันที่ 30 มิถุนายน 2568 นายกรัฐมนตรีแถลงผลการตรวจสอบของรัฐบาล ซึ่งพบข้อบกพร่องในการออกแบบและการก่อสร้าง พร้อมระบุว่าจะส่งเรื่องให้ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

กระทั่งวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ตำรวจได้ส่งสำนวนคดีให้อัยการ รวม 233 แฟ้ม เอกสารกว่า 90,000 แผ่น พร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 23 ราย ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

ส่วนความคืบหน้าตามข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันในปี 2569 ระบุว่า พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องต่อศาลแล้ว และคดีอยู่ระหว่างกระบวนการสืบพยานตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ สตง. ยังอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างคำว่า “คดีไม่มีความคืบหน้า” ซึ่งหมายถึงกรณีที่ไม่มีการตรวจสอบ ไม่มีการสืบสวนสอบสวน ไม่มีการส่งสำนวนให้อัยการ และไม่มีการฟ้องคดีต่อศาล กับคำว่า “คดียังไม่สิ้นสุด” ซึ่งหมายถึงคดีที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบ สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และส่งฟ้องต่อศาลแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีและรอคำพิพากษา

พร้อมเน้นย้ำว่า “คดียังไม่สิ้นสุด ไม่ได้หมายความว่า คดีไม่มีความคืบหน้า แต่หมายถึง อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งต้องใช้เวลาและมีขั้นตอนตามกฎหมาย”

นอกจากนี้ ยังมีข้อความทิ้งท้ายว่า “การสื่อสารข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนและรอบด้าน คือพื้นฐานสำคัญของความน่าเชื่อถือของสื่อสาธารณะ”

เปิดไทม์ไลน์ความคืบหน้าคดีตึก สตง. ถล่ม ตำรวจส่งสำนวนกว่า 90,000 หน้า

ความคืบหน้าคดีตึก สตง. ถล่ม ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงกระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล โดยระบุว่า หลังเกิดเหตุในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2568 คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รวมถึงคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ของรัฐสภา ประมาณ 6-7 คณะ ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง ทั้งผู้ว่าการ สตง. กรมบัญชีกลาง กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสภาวิศวกร

ต่อมาวันที่ 30 มิถุนายน 2568 นายกรัฐมนตรีแถลงผลการตรวจสอบของรัฐบาล พบข้อบกพร่องทั้งด้านการออกแบบและวิธีการก่อสร้าง พร้อมสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

กระทั่งวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ส่งสำนวนคดีให้อัยการ โดยมีเอกสารกว่า 90,000 หน้า ก่อนมีการยื่นฟ้องผู้ต้องหา 23 ราย ทั้งบริษัทออกแบบ บริษัทก่อสร้าง บริษัทควบคุมงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนายเปรมชัย กรรณสูต

จากนั้นวันที่ 7 สิงหาคม 2568 พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 23 รายต่อศาลอาญา และวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ศาลได้ดำเนินการตรวจพยานหลักฐาน โดยฝ่ายโจทก์มีนัดสืบพยาน 62 นัด ขณะที่ฝ่ายจำเลยเตรียมพยานมากกว่า 180 ปาก

สำหรับความคืบหน้าในเดือนกรกฎาคม 2569 ศาลอาญาเริ่มกระบวนการสืบพยาน โดยมีรายงานว่า ฝ่ายจำเลยซึ่งประกอบด้วยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ได้ยื่นคำร้องขอให้ส่งตัวอย่างคอนกรีตไปตรวจสอบใหม่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แม้ก่อนหน้านี้ศาลจะเคยยกคำร้องดังกล่าวมาแล้ว 1 ครั้ง โดยพนักงานอัยการได้แถลงคัดค้าน

ส่วนสถานะคดีตามข้อมูลในอินโฟกราฟิก ณ เดือนตุลาคม 2569 ระบุว่า คดียังคงอยู่ระหว่างการสืบพยานในศาลอาญา ขณะที่ประเด็นร้องเรียนเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ สตง. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้รับเอกสารจาก สตง. ตามที่ร้องขอแล้ว และอยู่ระหว่างการไต่สวน

นอกจากนี้ สตง. ยังได้บอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างทั้ง 3 ราย และอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน

ทั้งนี้ กระบวนการสอบสวนคดีตึก สตง. ถล่ม ดำเนินการได้ค่อนข้างรวดเร็ว โดยใช้เวลาไม่ถึง 4 เดือนนับจากวันเกิดเหตุจนถึงการส่งสำนวนให้อัยการ เนื่องจากมีกรอบเวลาตามกฎหมายกำหนด

ในชั้นศาลอาจต้องใช้เวลาพิจารณาคดีอีกหลายปี เนื่องจากเป็นคดีขนาดใหญ่ มีจำเลยถึง 23 ราย และมีพยานจำนวนมาก โดยเฉพาะฝ่ายโจทก์ที่มีนัดสืบพยาน 62 นัด และฝ่ายจำเลยที่เตรียมพยานมากกว่า 180 ปาก รวมถึงต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการตรวจสอบพยานหลักฐานทางเทคนิคอย่างละเอียด

อีกทั้งยังมีคำร้องระหว่างการพิจารณาคดี เช่น การขอตรวจสอบตัวอย่างคอนกรีตใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อระยะเวลาการพิจารณา ขณะที่กระบวนการในชั้นศาลไม่มีกรอบเวลาบังคับเช่นเดียวกับชั้นสอบสวน

โดยมีการยกตัวอย่างคดีใหญ่ในอดีต เช่น คดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ปี ตั้งแต่การฟ้องคดีในปี 2558 จนถึงคดีถึงที่สุดในปี 2562 รวมถึงคดีไฟไหม้สถานบันเทิงเมาน์เทน บี ที่เกิดเหตุเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 และยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ตามข้อมูลในอินโฟกราฟิก

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า แม้คดีตึก สตง. ถล่ม จะผ่านขั้นตอนการสอบสวนและยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องต่อศาลแล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาในการสืบพยานและพิจารณาพยานหลักฐานจำนวนมาก เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนตามกระบวนการยุติธรรม จึงมีแนวโน้มว่าคดีอาจยืดเยื้อออกไปอีกหลายปี

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ