WorldBank2026 WorldBank2026

โฆษก สตง. รับ! ตึกถล่มเป็นบาดแผลของ สตง. ตลอดชีวิต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

โฆษก สตง. รับ! ตึกถล่มเป็นบาดแผลของ สตง. ตลอดชีวิต วอนสังคมแยกเรื่องตึกถล่ม ออกจากภารกิจตรวจสอบเงินแผ่นดิน

นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ โฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน แถลงความคืบหน้าการดำเนินการภายหลังเกิดเหตุอาคารสำนักงานแห่งใหม่พังถล่ม ทั้งคดีอาญา การตรวจสอบความรับผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ การดำเนินการกับคู่สัญญา และการเรียกคืนเงินค่าก่อสร้าง โดยยืนยันว่าจะดำเนินการทุกขั้นตอนตามกฎหมาย และไม่ปล่อยให้เงินแผ่นดินสูญหาย

สำหรับคดีอาญาจากเหตุอาคารถล่มจนมีผู้เสียชีวิต พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ได้รวบรวมพยานหลักฐานก่อนส่งสำนวนให้อัยการ 

โฆษก สตง. รับ! ตึกถล่มเป็นบาดแผลของ สตง. ตลอดชีวิต ช่างภาพพีพีทีวี
โฆษก สตง. รับ! ตึกถล่มเป็นบาดแผลของ สตง. ตลอดชีวิต

ซึ่งปัจจุบันมีคำสั่งฟ้องต่อศาลแล้ว และอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาคดี โดยผู้รับจ้างก่อสร้าง ผู้ออกแบบ และผู้ควบคุมงาน ต่างเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ สตง. ก็ถูกสอบสวนเช่นเดียวกัน โดยบางส่วนอยู่ในฐานะพยานฝ่ายโจทก์

ส่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้ตรวจสอบประเด็นการใช้นอมินีและการเสนอราคาที่อาจไม่เป็นธรรม ซึ่งคดีนอมินีมีการดำเนินการฟ้องร้องแล้ว ขณะที่ประเด็นความรับผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ มีการส่งข้อมูลคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการประมาณ 10 คณะ รวม 70 คน ให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ โดยย้ำว่าไม่ได้หมายความว่าบุคคลทั้งหมดกระทำความผิด แต่เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดำเนินโครงการ

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องร้องเรียนต่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและอดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งถูกส่งให้ ป.ป.ช. พิจารณาเช่นเดียวกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการไต่สวน และ สตง. ได้จัดส่งเอกสารเพิ่มเติมตามที่ ป.ป.ช. ร้องขอครบถ้วนแล้ว

ส่วนสาเหตุการพังถล่ม สตง. ระบุว่าได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุแล้ว แต่ยังต้องรอข้อสรุปอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการที่ภาครัฐแต่งตั้ง โดยก่อนหน้านี้มีรายงานข้อบกพร่องเกี่ยวกับการออกแบบอาคาร รวมถึงกระบวนการก่อสร้างและการควบคุมงาน โดยเฉพาะขั้นตอนการเทและหล่อผนังคอนกรีต ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบความรับผิดของผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่าย

สำหรับการดำเนินการกับคู่สัญญา สตง. ได้บอกเลิกสัญญาก่อสร้างแล้ว โดยผู้รับจ้างก่อสร้างและผู้ควบคุมงานอยู่ระหว่างกระบวนการชี้แจงและอุทธรณ์กรณีการแจ้งเป็นผู้ทิ้งงาน ส่วนผู้ออกแบบจะดำเนินการบอกเลิกสัญญาตามขั้นตอน พร้อมเตรียมพิจารณาฟ้องร้องคู่สัญญาทั้ง 3 ฝ่าย เพื่อเรียกคืนเงินและค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

ด้านงบประมาณ โครงการก่อสร้างมีวงเงินตามสัญญาประมาณ 2,136 ล้านบาท กำหนดจ่ายเงินทั้งหมด 36 งวด โดยก่อนเกิดเหตุมีการดำเนินงานถึงงวดที่ 22 และเบิกจ่ายไปแล้วประมาณ 966 ล้านบาท ซึ่ง สตง. ระบุว่าสามารถเรียกคืนเงินล่วงหน้าประมาณ 320 กว่าล้านบาท และเงินประกันอีกกว่า 100 ล้านบาท รวมกว่า 400 ล้านบาทแล้ว ทำให้เหลือเงินที่ต้องตรวจสอบและพิจารณาเรียกคืนอีกประมาณ 500 กว่าล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ใช่ยอดความเสียหายสุดท้าย โดย สตง. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินความเสียหายตามสัญญา หากผู้รับจ้างไม่ยินยอมชดใช้ตามจำนวนที่เรียกร้อง ก็จะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาล พร้อมยืนยันว่าไม่มีการเบิกจ่ายค่าก่อสร้างเพิ่มเติมหลังเกิดเหตุอาคารถล่ม และไม่ควรเข้าใจว่างบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาทสูญหายไปทั้งหมด เนื่องจากเป็นการเบิกจ่ายตามงวดงาน ไม่ใช่จ่ายเต็มวงเงินสัญญาในครั้งเดียว

ขณะเดียวกัน สตง. ยืนยันว่าได้ยกเลิกโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่แล้ว และไม่มีแผนกลับไปก่อสร้างในพื้นที่เดิม โดยจะยังคงใช้สำนักงานปัจจุบันต่อไป ส่วนค่าเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ยังมีการตั้งงบประมาณ เนื่องจากมีภาระผูกพันตามสัญญาเช่าเดิมระยะเวลา 15 ปี ซึ่งมีแนวทางยุติภาระค่าเช่าและคืนพื้นที่ภายในปี 2570

ส่วนอนาคตการทำงานของ สตง. จะปรับเข้าสู่รูปแบบองค์กรดิจิทัลมากขึ้น โดยอาจให้เจ้าหน้าที่บางส่วนทำงานจากบ้านหรือสถานที่อื่นตามความเหมาะสม เพื่อลดความจำเป็นในการใช้สำนักงานขนาดใหญ่

สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณจัดซื้อครุภัณฑ์ภายในอาคาร โดยเฉพาะเก้าอี้ 2 ตัว ราคาตัวละกว่า 90,000 บาท สตง. ชี้แจงว่าเป็นเก้าอี้ที่กำหนดไว้สำหรับประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งราคาดังกล่าวปรากฏอยู่ในแบบและประมาณราคาที่ผู้รับจ้างออกแบบจัดทำไว้เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน แต่ยังไม่ได้มีการจัดซื้อหรือเบิกจ่ายเงินค่าครุภัณฑ์แม้แต่บาทเดียว เนื่องจากงานก่อสร้างยังอยู่ในขั้นตอนโครงสร้างอาคาร

ส่วนราคาครุภัณฑ์รายการอื่นที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีราคาสูง สตง. ระบุว่าต้องพิจารณารายละเอียดทางเทคนิคและลักษณะการใช้งานประกอบ เช่น ระบบโทรศัพท์ที่ต้องเชื่อมโยงการทำงานทั้งอาคาร ซึ่งไม่สามารถเปรียบเทียบกับราคาโทรศัพท์ทั่วไปได้โดยตรง

ขณะที่ประเด็นความเชื่อมั่นต่อ สตง. ในฐานะหน่วยงานตรวจสอบการใช้เงินแผ่นดิน แต่กลับเกิดเหตุอาคารของตนเองพังถล่ม นายสุทธิพงษ์ ชี้แจงว่า ต้องแยกระหว่างภารกิจตรวจสอบหน่วยงานภาครัฐกับการดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงาน ซึ่งมีผู้รับผิดชอบแตกต่างกัน โดยอาคารดังกล่าวเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 20,000 ตารางเมตร และต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญภายนอกทั้งผู้ออกแบบ ผู้รับจ้างก่อสร้าง และผู้ควบคุมงาน

พร้อมอธิบายว่า การตรวจสอบงานก่อสร้างของ สตง. แบ่งเป็นการตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วน โดยความถูกต้องด้านคุณภาพวัสดุและโครงสร้างต้องอาศัยการทดสอบและรับรองจากผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น การตรวจสอบกำลังอัดของคอนกรีตที่ไม่สามารถใช้สายตาประเมินได้ แต่ต้องพิจารณาจากผลการทดสอบ

ส่วนความครบถ้วน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจวัดและตรวจนับได้ เช่น ความยาวถนน จำนวนท่อระบายน้ำ หรือเสาไฟฟ้าที่ติดตั้งตามสัญญา รวมถึงตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินและการปฏิบัติตามระเบียบ โดยย้ำว่าเจ้าหน้าที่ สตง. ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมทุกคน และต้องอาศัยเอกสารรับรองจากผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ นายสุทธิพงษ์ ยังยอมรับว่า แม้ตนเองจะทำงานอยู่ใน สตง. มานานกว่า 35 ปี แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนจะเป็นคนดีทั้งหมด 100 %เพราะอาจมีบุคลากรบางส่วนที่บกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ากรณีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบโดยไม่โปร่งใส หรือรับงานจากบุคคลอื่นมีจำนวนค่อนข้างน้อย และยืนยันว่าองค์กรมีมาตรฐาน และกฎระเบียบกำกับการทำงานอย่างชัดเจน

พร้อมขอให้สังคมแยกเหตุอาคารถล่ม ออกจากภารกิจตรวจสอบการใช้เงินแผ่นดิน เนื่องจากไม่ต้องการให้ทุกครั้งที่ สตง. เข้าไปตรวจสอบ หรือทักท้วงหน่วยงานใด กลับถูกนำเรื่องอาคารถล่มมาย้อนเปรียบเทียบ โดยเฉพาะการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างที่ควรพิจารณาจากข้อเท็จจริงและระเบียบของแต่ละกรณี

อย่างไรก็ตาม นายสุทธิพงษ์ ยอมรับว่า เหตุอาคารสำนักงานแห่งใหม่พังถล่มเป็นเรื่องที่กระทบต่อภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือขององค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยกล่าวว่า

“เรื่องตึกถล่ม สตง. มันจะเป็นแผล สตง. ตลอดชีวิต เพราะมันไม่ควรถล่ม เพราะเราเป็นคนตรวจเงินแผ่นดิน แต่มันเกิด เราพร้อมหาเหตุผล เราพร้อมรับผิดถ้าเป็นความผิดของเรา เราพร้อมที่จะแก้ไข ให้เอาตึกเราเป็นตัวในการศึกษา อย่าให้มันเกิดเหตุอย่างนี้อีก”

ทั้งนี้ สตง. ย้ำว่าจะเดินหน้าตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องและดำเนินการตามกฎหมายทุกขั้นตอน ทั้งการเรียกคืนเงินค่าก่อสร้างและค่าเสียหาย เพื่อรักษาผลประโยชน์ของเงินแผ่นดิน พร้อมนำเหตุอาคารถล่มครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญในการปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต.

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ