นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ เปิดเผยผ่านงานเสวนา "โลกเดือด แผ่นดินขยับ : อยู่กับความเสี่ยงอย่างไร ให้ปลอดภัยอย่างยั่งยืน" ระบุว่า ประเทศไทยมีความรุนแรงของแผ่นดินไหวเมื่อเทียบกับทั่วโลก อยู่ในเกณฑ์ระดับกลาง ๆ ไม่ได้มีความรุนแรงแบบประเทศความเสี่ยงสูง เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป
แผ่นดินไหวที่เก็บข้อมูลได้ในไทยจะเกิดบริเวณขอบประเทศฝั่งตะวันตกและภาคเหนือเป็นหลัก มีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่บันทึกได้ปี 57 ขนาด 6.3 ริกเตอร์ ที่ จ.เชียงราย ใกล้กับชุมชน จึงมีความเสียหายเยอะ
ซึ่งกรมทรัพยากรธรณีได้ประเมินความเสี่ยงของประเทศไทยในเกณฑ์แค่ระดับกลางเท่านั้น เมื่อมองถึง Data Catalog ที่เก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2007 จนถึงปัจจุบัน สามารถตรวจวัดได้หมื่นกว่าครั้ง และพัฒนามาเรื่อย ๆ ซึ่งเฟสแรกเรามีสถานีน้อย พอ 2008 – 2009 เริ่มปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น มีสถานีมากขึ้น ข้อมูลที่ตรวจวัดได้ก็จะมีมากขึ้น
นายนัฐวุฒิ กล่าวว่า ปัจจุบัน แม้แผ่นดินไหวขนาด 1 เราก็จับได้หากเกิดใกล้ ๆ สถานี ข้อมูลที่กรมทรัพยากรธรณีวิทยาใช้ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ตรวจวัด ระบบซอฟแวร์ เป็นมาตรฐานเดียวกันกับต่างประเทศ
นอกจากนี้ โอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหว 2% POE in 50 Year (2475ปี) ที่มีความเสี่ยงสูงจะอยู่ทางภาคเหนือ โอกาสที่จะเกิด 10% POE in 100 Year (1000ปี) ก็จะมีความเสี่ยงทางภาคเหนือเช่นกัน ข้อมูลพวกนี้จึงสามารถเอามาดูได้ว่าจะมีโอกาสเกิดกี่เปอร์เซ็นในรอบกี่ปี แต่ยังไม่ถึงขนาดว่าใกล้จะครบรอบแล้วต้องเฝ้าระวังแบบญี่ปุ่น
นายนัฐวุฒิ ระบุว่า เราทำเป็น Research ประกอบเรื่องการจัดการภัย การวางแผนแทน แต่ยังไม่ออกเตือนสาธารณะเพราะข้อมูลเรายังไม่มากพอ ส่วนจะมีโอกาสทำได้ไหม มีโอกาส แต่ทำได้ในลักษณะ Precursor คือ เกิดแผ่นดินไหวแล้วที่หนึ่ง เราสามารถ Forecast ระยะเวลาการเคลื่อนที่ของคลื่นไปอีกที่หนึ่งไกล ๆ
ซึ่งกรมฯ กำลังศึกษาตรงนี้อยู่ ว่าจะทำในรูปแบบไหน และเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่จะมีอิทธิพลกับไทยจะมาในทิศทางใด ฉะนั้น ถ้าสามารถเอาตัวนี้มาวางเป็นระบบเตือนภัยได้ในอนาคต ก็น่าจะมีระบบ EAR สำหรับประเทศได้
นายนัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เรายังศึกษาเรื่องชั้นดินที่แตกต่างกันว่า ชั้นดินกรุงเทพฯ มีการขยายตัวขึ้น หรือคลื่นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าไหร่ เพื่อใช้โมเดลในการทำเรื่องนี้ ส่วน Forecast ก็ทำได้ในลักษณะที่ตนบอกข้างต้น คือ มองว่าโอกาสจะเกิดกี่เปอร์เซ็นในรอบกี่ปี เพื่อเอามาใช้ในการเตรียมความพร้อม การทำประกันต่าง ๆ ต้องเอาไปประเมินว่ามีความเสี่ยงมากน้อยอย่างไร
นายนัฐวุฒิ กล่าวสรุปว่า ระบบ EAR เราเริ่มศึกษาระยะหนึ่งแล้ว แต่รอยเลื่อนบางรอยเกิดใกล้เรามาก เช่น รอยเลื่อนแถวบึงกาฬ แค่เสี้ยววินาทีก็มาถึงกรุงเทพฯแล้ว ตัวที่เรามองคือตัวที่มาจากไกลๆ เช่น รอยเลื่อนสะกาย ในพม่า ในลาวที่จะมีเวลาพอในการแจ้งเตือนประชาชนที่กรุงเทพฯ ระดับ 2-3 นาทีก่อนจะมาถึง ซึ่งถ้าทำได้และมีรูปแบบการวางสถานีในการตรวจวัดก็อาจจะเกิดขึ้นแน่ในอนาคต