สวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,239 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน 2568 ในหัวข้อ คนไทยกับแผ่นดินไหว พบว่า ยังรู้สึกกังวลต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวและได้ติดตามข่าวจากโซเชียล
โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 89.11 ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก เอ๊กซ์ ติ๊กต็อก ยูทูป หรือไลน์ อาจเพราะรวดเร็วทันสถานการณ์ และเข้าถึงง่าย
ในขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 84.91 แสดงความวิตกกังวลอย่างมากต่อภัยพิบัติ โดยเฉพาะแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นภัยที่ไม่อาจคาดเดาได้และส่งผลกระทบรุนแรงในวงกว้าง และเมื่อพิจารณาระดับความกังวลของประชาชนต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พบว่า ร้อยละ 48.83 ระบุว่า ค่อนข้างกังวล และร้อยละ 41.40 ระบุว่า กังวลมาก
ซึ่งรวมกันเกินกว่าร้อยละ 90 สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกไม่มั่นคงและความต้องการความชัดเจนจากภาครัฐในการเตรียมการรับมือภัยพิบัติ ทั้งทั้ระบบเตือนภัย การอพยพ หรือการสื่อสารข้อมูลที่แม่นยำ และทั่วถึง
รัฐบาลควรเร่งดำเนินการ “ระบบเตือนภัย”
กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 79.43 หันมา “ติดตามข่าวสารมากขึ้น” ขณะเดียวกัน ร้อยละ 76.26 เพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น และร้อยละ 52.36 เริ่มมีการวางแผนรับมือ เช่น การเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินเมื่อเกิดภัย ด้านข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ประชาชนเรียกร้องให้มีระบบแจ้งเตือนภัยที่แม่นยำ รวดเร็ว และสื่อสารอย่างทั่วถึง
รองลงมาคือ การยกระดับเรื่องภัยพิบัติให้เป็นวาระแห่งชาติ ร้อยละ 45.10 จากผลสำรวจดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า การจัดการภัยพิบัติเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน ไม่ใช่เรื่องเฉพาะกิจอีกต่อไป รัฐบาลจึงต้องมีทั้งวิสัยทัศน์และการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมด้วยเช่นกัน
นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ระบุว่า ผลโพลสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยตื่นตัวกับภัยธรรมชาติที่ไม่อาจคาดเดาได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนก็รู้สึกว่า “ข้อมูลจากรัฐ” นั้นล่าช้า สังคมออนไลน์ก็เต็มไปด้วยข่าวปลอมที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จึงเรียกร้องให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญให้กับเรื่องนี้เร่งพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยที่ “แม่นยำ ฉับไว ไว้ใจได้ และเข้าถึงทุกคน” เพื่อไม่ให้เกิดการถอดบทเรียนซ้ำๆ แต่ไม่ได้นำมาปฏิบัติจริง
ด้านอาจารย์มณฑล สุวรรณประภา อาจารย์ประจำ หลักสูตรอนามัยสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการรับรู้ด้านภัยพิบัติของคนไทย โดยเฉพาะแผ่นดินไหวซึ่งไม่เคยเป็นปัญหาหลักของประเทศไทยจนกลายเป็นความกังวลอันดับหนึ่ง
ขณะที่พฤติกรรมการรับข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดียชี้ให้เห็นว่า ภาครัฐยังขาดช่องทางการสื่อสารด้านภัยพิบัติที่น่าเชื่อถือ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ภาครัฐต้องสนับสนุนและผลักดันให้ภัยพิบัตินี้เนี้ป็นวาระแห่งชาติ โดยบูรณาการการทำงานทั้งในระดับนโยบายและปฏิบัติ ตั้งแต่การพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน การจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทนต่อภัยพิบัติ ไปจนถึงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนในการรับมือภัยด้วยตนเอง เพื่อลดความเปราะบางและเพิ่มความยืดหยุ่นของสังคมไทยต่อภัยพิบัติที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในอนาคต