ตามที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและพฤติมิชอบภาค 3 จังหวัดสุรินทร์ ได้อ่านคำตัดสิน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา คดีกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริต เกี่ยวกับการออกโฉนดในเขตที่ดินของรัฐ เป็นเขตป่าสงวนและเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) โดยมิชอบ โดยศาลฯ มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยทุกราย ส่วนนายประยุทธ มหากิจศิริ นักธุรกิจชื่อดัง โดนโทษจำคุก 24 ปี ขณะที่นางสาวอุษณา มหากิจศิริ ลูกสาวของนายประยุทธ มหากิจศิริ โดนโทษด้วย 12 ปี นั้น
จากพฤติการณ์การกระทำความผิดในคดีนี้ มีรายงานข่าวว่า กลุ่มเอกชนได้ให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐสอบเขตขยายเนื้อที่ของโฉนดที่ดิน เพื่อนำมาสร้างสนามกอล์ฟ เมาน์เทน ครีก กอล์ฟ แอนด์รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเดนซ์ นครราชสีมา ถือเป็นการร่วมกันกระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งจากการไต่สวนพบว่า กลุ่มเอกชนได้ไปซื้อที่ดินที่ที่มีโฉนดและซื้อที่ดินที่ไม่มีหลักฐาน ก่อนจะนำมาสอบเขต เพื่อนำที่ดินที่ไม่มีหลักฐานนั้นเข้าไปรวมด้วย ที่ดินที่ไม่มีหลักฐาน มีทั้งอยู่ในเขต ส.ป.ก.และเขตป่าสงวนฯ เพื่อนำไปจัดทำสนามกอล์ฟดังกล่าว ถือว่าร่วมกันการกระทำความผิด
โดยคดีนี้ มีจำเลยจำนวน 11 ราย และมีบทลงโทษแต่ละราย ดังนี้
1. นายกฤษณะพงศ์ พู่สกุลสถาพร อดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาสีคิ้ว โดนลงโทษจำคุก 42 ปี
2. นายเทียมศักดิ์ จินดา อดีตนายช่างรังวัด 7 ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าฝ่ายรังวัด โดนลงโทษจำคุก 30 ปี
3. นายชายธง ณ สงขลา โดนลงโทษจำคุก 4 ปี
4. นายภักดี ภักดีเมฆ อดีตนายช่างสำรวจ ระดับ 6 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา (ส.ป.ก.นครราชสีมา) โดนลงโทษจำคุก 4 ปี
5. นายประทีป แสวงลาภ โดนลงโทษจำคุก 24 ปี
6. บริษัท เลควูดคันทรี่คลับ จำกัด โดนลงโทษปรับ 20,000 บาท
7. บริษัท ไทยน๊อคซ์ สเตนเลสจำกัด (มหาชน) หรือบริษัทโพสโค ไทยน๊อคซ์ สเตนเลส จำกัด (มหาชน) โดนลงโทษปรับ 60,000 บาท
8. นายฌ็อง ปอล เทเวอรแน็ง สัญชาติฝรั่งเศษ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน บริษัท ไทยน๊อคซ์ สเตนเลส จำกัด (มหาชน) โดนลงโทษจำคุก 12 ปี
9. นางสาวอุษณา มหากิจศิริ ลูกสาวนายประยุทธ มหากิจศิริ โดนลงโทษจำคุก 12 ปี
10. นายประยุทธ มหากิจศิริ กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยน๊อคซ์ สเตนเลส จำกัด (มหาชน) โดนลงโทษจำคุก 24 ปี
11. นายจิเทนเดอร์ พอล เวอร์มา โดนลงโทษจำคุก 12 ปี แต่ไม่มาฟังคำพิพากษา มีพฤติการณ์หลบหนี ถูกออกหมายจับ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานข่าวว่า จำเลยทั้ง 11 ราย ได้รับการประกันตัว ต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์แล้วหรือไม่ แต่คดีนี้นับเป็นคดีที่ 2 ที่นายประยุทธ มหากิจศิริ ถูกพิพากษาลงโทษเกี่ยวกับคดีความออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินโดยมิชอบ ต่อจากคดีออกเอกสารสิทธิ์ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่ และในเขตป่าไม้ถาวร ตามมติคณะรัฐมนตรี ณ ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่เนื้อที่ 66 ไร่เศษ โดยมีการนำที่ดินนอกหลักฐานอันเป็นที่ของรัฐประมาณ 19 ไร่เศษ นำมาจัดทำเป็นเอกสารสิทธิ์โดยไม่ชอบ เรื่องนี้มีหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเอกชน เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2566 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาตัดสินคดีกล่าวหา อดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ กับพวกรวม 11 ราย ซึ่งนายประยุทธฯ ปรากฏชื่อเป็นจำเลยที่ 6 ในฐานะผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด ถูกลงโทษจำคุก 4 ปี แต่ลดโทษให้เหลือ 2 ปี 8 เดือน พร้อมสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดิน ตำบลหนองทะเล อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ทั้งฉบับ ซึ่งเป็นคดีที่สำนักงาน ป.ป.ช. ยื่นฟ้องเองเช่นเดียวกัน
ในขณะที่ข้อมูลจากสำนักข่าวอิศรา ได้รายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับนายกฤษณะพงศ์ พู่สกุลสถาพร นายเทียมศักดิ์ จินดา นายภักดี ภักดีเมฆ นายประยุทธ มหากิจศิริ นายประทีป แสวงลาภ บริษัท ไทยน๊อคซ์ สเตนเลสจำกัด (มหาชน) หรือบริษัทโพสโค ไทยน๊อคซ์ สเตนเลส จำกัด (มหาชน) นายฌ็อง ปอล เทเวอรแน็ง สัญชาติฝรั่งเศษ นางสาวอุษณา มหากิจศิริ ลูกสาวนายประยุทธ มหากิจศิริ ปรากฏชื่อถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด คดีกล่าวหาแก้ไขรูปแผนที่และเนื้อที่ในการรังวัดสอบเขตที่ดิน ตามหลักฐานโฉนดที่ดินเลขที่ 2186 และ 2192 ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยทำการรังวัดนำที่ดินนอกหลักฐาน ซึ่งเป็นที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้ามาร่วมในโฉนดที่ดินที่ขอทำการรังวัดสอบเขตโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อีกหนึ่งคดีด้วย
ขณะที่ นายประยุทธ มหากิจศิริ ยืนยันต่อสาธารณชน ว่า ไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ไม่เคยใช้ หรือสนับสนุนผู้ใด เจ้าหน้าที่รัฐคนใด ให้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา การดำเนินการรังวัดที่ดินทุกแปลงที่ซื้อมาโดยชอบด้วยกฎหมาย ได้ดำเนินการไปโดยเจ้าหน้าที่รัฐตามอำนาจหน้าที่ เป็นดุลยพินิจและการดำเนินการโดยอิสระของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ใช้ดุลยพินิจในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของตน โดยยึดถือและปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการทุกประการ