จากกรณีเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม และเจ้าคณะภาค 14 ตกเป็นข่าวใหญ่ หลังถูกร้องเรียนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินวัดกว่า 300 ล้านบาท ไปใช้ในการพนันออนไลน์ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พระดังกล่าวได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ตำรวจ ปปป. เพื่อเข้ามอบตัว ขณะเดียวกันยังมีรายงานต่อมาว่า ตำรวจได้เข้าจับกุม น.ส.อรัญญาวรรณ ผู้ต้องหาอีกคน ฐานสนับสนุนให้กระทำความผิดอีกด้วย
พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ว่า ต้องถามว่าศีล สมาธิ ปัญญา เอาไปซ่อนไว้ที่ไหน ทำไมไม่ใส่สมองไว้ เป็นใหญ่เป็นโตขนาดนี้ แบบนี้เรียกว่านักปราชญ์ก็ยังพลาดได้ เป็นครั้งแรกที่มีข่าวลักษณะนี้ในระดับสูง เห็นพระเล็กๆ น้อยๆ ทำก็ยังสะเทือน แต่นี่พระระดับเจ้าคณะภาคกลับไม่มีอะไรติดสมองเลย ซุกอบายมุขไว้ในจุดอ่อนของตนเอง ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ฉาววงการสงฆ์
พระพยอม กล่าวอีกว่า ต้องเรียกกันว่า สมาธิ ปัญญา ไม่มีติดตราสมองมาเลย ซุกอบายมุขไว้ในจีวร เหมือนที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า ภิกษุแบบนี้ ภิกษุมหาโจร ซุกอบายมุขไว้ในจีวร ต้องเรียกกันว่า มหาโจรตัวใหญ่ ปล้นเงินวัดไปถึง 300 ล้านบาท เป็นความเสียหายทั้งภาพลักษณ์และภาพพจน์ และทำให้คนที่อยู่ใต้ปกครองหมดศรัทธา เพราะปกครองตนเองยังไม่ได้ แล้วจะไปปกครองใครได้ ขอให้ทุกอย่างไปตามกรรม
“ธรรมวินัยเราก็เหมือนทะเล กว้างลึก แม้จะมีขยะลอยมา แต่สุดท้ายก็ถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่ง ทราบข่าวว่ายังไปยืมเงินวัดอื่นมาเล่นอีก เรียกว่าเป็นความอัปยศครั้งยิ่งใหญ่แห่งวงการสงฆ์ เชื่อว่าไม่พ้นกฎแห่งกรรม ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับไปอย่างนั้น ขอญาติโยมรู้จักแยก อย่าเหมาเข่ง ใครมีตำหนิก็นำออกไป ส่วนไหนที่ดีก็ควรรักษาไว้ ถ้าไม่ชอบบริหารศาสนา ก็ขอให้ไปที่ชอบ”