วันที่ 15 พ.ค.68 ในช่วงหนึ่งของการสอบปากคำ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 19.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อุ้มพระพุทธรูป ปางสมาธิองค์สีดำ ถือเข้าไปไปยังห้องสอบสวนที่สอบปากคำเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นเจ้าคณะภาค 14
โดยมีรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่า อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงจะยอมทำพิธีลาสิกขาบทด้วยตัวเอง แต่ยังไม่เริ่มพิธีเนื่องจากรอชุดเสื้อผ้าเปลี่ยนหลังทำพิธีลาสิกขาบทแล้วเสร็จ
ต่อมามีรายงานว่า อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ยอมลาสิกขาในเวลา 20.42 น. โดยมีตัวแทนผู้สื่อข่าว 2 คนเข้าร่วมพิธีด้วย โดยอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงได้เปล่งวาจายินยอมลาสิกขา และเป็นคฤหัสถ์โดยสมัครใจเป็นจำนวน 3 ครั้ง ก่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดขาวและรับพรจากผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ที่เดินทางมาด้วย
นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า การสอบปากคำนานกว่า 10 ชั่วโมง ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ยืนยันว่าการดำเนินการในวันนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น สำหรับคดียักยอกเงินวัด
ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง การสอบปากคำเป็นไปในแนวทางที่ดี แต่คำให้การยังไม่สอดคล้องกับพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนมีอยู่และไม่เป็นไปตามที่พนักงานสอบสวนตั้งประเด็นเอาไว้ ถือว่ายังไม่เป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะเรื่องของเส้นทางการโอนเงินระหว่างผู้ต้องหา 2 คนที่ถูกออกหมายจับในวันนี้ ที่พบว่ามีการโอนเงินให้กันในช่วงปี 2564 จำนวนเงินกว่า 300 ล้านบาท
สำหรับ นางสาวอรัญญาวรรณ ผู้ต้องหาที่ถูกออกมาจาก พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำยังไม่ทราบรายละเอียด ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองจะถูกคัดค้านในชั้นพนักงานสอบสวน เนื่องจากมูลค่าในการยักยอกทรัพย์ มีมูลค่าสูง และกลัวว่าจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน โดยพนักงานสอบสวนจะเร่งสอบปากคำให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลา 48 ชั่วโมง ก่อนส่งฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
สำหรับ อดีตเจ้าอาวาสวัดไรขิง ถือว่าพ้นจากการเป็นพระภิกษุสงฆ์เป็นฆราวาสอย่างสมบูรณ์ และไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับทางสงฆ์ โดยทันที ซึ่งหลังจากนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ในฐานะผู้ต้องหา