เมื่อเงินบุญถูกใช้ในทางบาป : TDRI เผยบทความ 'วัด' เสี่ยงถูกใช้เป็นที่ฟอกเงิน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

TDRI เผยบทความ วัดกับความเสี่ยงที่จะถูกใช้เพื่อฟอกเงิน เมื่อเงินบุญถูกใช้ในทางบาป จากโครงสร้างที่มีการกำกับต่ำ และช่องโหว่ที่เปิดโอกาสสำหรับการทุจริต

‘วัด’ ถือเป็นศาสนสถานที่มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์รวมศรัทธาของชาวพุทธ โดยวัดในประเทศไทยได้รับเงินทำบุญบริจาคเป็นจำนวนมากในแต่ละปี และยังได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง ทว่าสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กลับพบว่า ระบบการเงินภายในวัดยังขาดกลไกความโปร่งใสที่เพียงพอ จนอาจกลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้มีผู้ไม่หวังดีใช้วัดเป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน

คอนเทนต์แนะนำ
“อรัญญาวรรณ” อ้างไม่รู้เงินวัดไร่ขิง ยันไม่ใช่เจ้าของเว็บ-ไม่เล่นพนันออนไลน์

เมื่อเงินบุญถูกใช้ในทางบาป : TDRI เผยบทความ 'วัด' เสี่ยงถูกใช้เป็นที่ฟอกเงิน Magnific/wirestock
เมื่อเงินบุญถูกใช้ในทางบาป : TDRI เผยบทความ 'วัด' เสี่ยงถูกใช้เป็นที่ฟอกเงิน

ย้อนไปเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566 TDRI เผยแพร่บทความหัวข้อ ‘วัดกับความเสี่ยงที่จะถูกใช้เพื่อฟอกเงิน’ โดย นางสาวธารทิพย์ ศรีสุวรรณเกศ นักวิจัยอาวุโส TDRI ทีมวิจัยนโยบายการกำกับดูแลที่ดี บอกเล่าการบริหารจัดการเงินภายในวัด ที่อาจทำให้เงินถูกนำมาใช้อย่างไม่ถูกต้อง

ช่องโหว่ที่กลายเป็นโอกาสสำหรับการทุจริต

จากกรณีศึกษาเช่น ‘คดีเงินทอนวัด’ ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2557 - 2561 สะท้อนถึงการแสวงหาผลประโยชน์โดยใช้ชื่อของวัดเป็นฉากหน้า ในคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เรียกรับเงินคืนจากงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมวัดที่ได้รับการอนุมัติ โดยมีวงเงินความเสียหายรวมกว่า 270 ล้านบาท

อีกกรณีคือ ‘คดีหลวงปู่เณรคำ’ ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมแสวงหาผลประโยชน์จากศรัทธาประชาชน ผ่านการรับบริจาคเพื่อสร้างพระแก้วมรกตและโรงพยาบาล แต่กลับพบว่าเงินส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยส่วนตัว

และจนถึงปัจจุบันกับ ‘คดีอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง’ ที่ถูกดำเนินคดีในความผิดฐานทุจริตยักยอกเงินวัดจำนวน 300 ล้านบาท โดยยักยอกเงินจากบัญชีธนาคารของวัดโอนเข้าบัญขีธนาคารส่วนตัว เพื่อนำไปเล่นพนันบาคาร่าออนไลน์ จากกรณีเหล่านี้ ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตถึงช่องโหว่ของการรับบริจาค ที่ใช้ชื่อของวัดเป็นฉากหน้า แต่อาจมีเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตซุกซ่อนอยู่

‘โครงสร้างวัดไทย’ กระจายตัวสูงแต่กำกับต่ำ

จากผลการศึกษาของ ผศ.ดร. ณดา จันทร์สม พบว่า รายรับเฉลี่ยของวัดต่อปีอยู่ที่ 3.24 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นเงินบริจาค เช่น เพื่อซ่อมแซมศาสนสถาน (2.02 ล้านบาท), เงินจากการจัดสร้างเครื่องบูชา (1.46 ล้านบาท), และเงินในโอกาสพิเศษเช่นกฐิน ผ้าป่า (1.05 ล้านบาท)

ทว่าข้อมูลจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ปี 2562 ระบุว่า ประเทศไทยมีวัดมากถึง 41,310 แห่ง ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำให้ความครอบคลุมของระบบกำกับจึงเป็นเรื่องยาก ขณะที่วัดหลายแห่งมีรายได้หลักจากการบริจาคและกิจกรรมทางศาสนาโดยไม่มีมาตรฐานการจัดการบัญชีที่ชัดเจน

งบอุดหนุนจากรัฐ มูลค่าสูงแต่ระบบตรวจสอบไม่เพียงพอ

นอกจากเงินบริจาคจากประชาชน วัดยังได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐในแต่ละปี โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ได้แก่

  1. การบูรณะศาสนสถาน
  2. การศึกษาพระปริยัติธรรม
  3. การเผยแผ่พระพุทธศาสนา

เมื่อเงินบุญถูกใช้ในทางบาป : TDRI เผยบทความ 'วัด' เสี่ยงถูกใช้เป็นที่ฟอกเงิน Magnific/lifeforstock
เมื่อเงินบุญถูกใช้ในทางบาป : TDRI เผยบทความ 'วัด' เสี่ยงถูกใช้เป็นที่ฟอกเงิน

ข้อมูลจากสำนักงานงบประมาณระบุว่า ระหว่างปี 2556 - 2562 มีการใช้จ่ายงบอุดหนุนวัดเฉลี่ยปีละ 3,000 ล้านบาท และในปี 2559 - 2560 สูงถึง 4,700 ล้านบาท

ปัญหาคือ การขอและอนุมัติงบอุดหนุนมักอยู่ภายใต้กลไกที่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่สามารถเรียกรับผลประโยชน์ โดยไม่มีการตรวจสอบจากภายนอกหรือเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ

วัด ‘ทำบัญชี’ หรือ ‘เก็บบัญชี’?

แม้กฎหมายจะกำหนดให้วัดจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายรายเดือน และส่งให้สำนักงาน พศ. จังหวัด แต่ในทางปฏิบัติพบว่า มาตรฐานการจัดทำบัญชีมีความหลากหลาย และส่วนใหญ่ยังใช้เพียง ‘สมุดบันทึกเงินสด’ อย่างง่าย ไม่มีการจัดทำแบบแยกประเภท หรือไม่มีการแสดงยอดคงเหลือรายเดือนที่ตรวจสอบได้

TDRI พบว่า มีเพียงไม่ถึงครึ่งของวัดทั่วประเทศที่ส่งรายงานการเงินตามกำหนด และไม่มีการเปิดเผยบัญชีต่อสาธารณะ เช่น ติดประกาศในวัดหรือเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน พศ.

ถอดตัวอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส และศรีลังกา

ในประเทศเยอรมนี หากองค์กรศาสนาต้องการได้รับยกเว้นภาษีหรือรับเงินสนับสนุนจากรัฐ จะต้องจดทะเบียนเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร และต้องรายงานบัญชีการเงินต่อรัฐโดยมีผู้สอบบัญชีรับรอง

ส่วนฝรั่งเศสกำหนดให้สมาคมทางศาสนาที่รับเงินสนับสนุนต้องเปิดเผยผู้มีอำนาจบริหารและงบการเงินรายปี

ขณะที่ในศรีลังกา กำหนดให้วัดต้องมี ‘กรรมการทรัสตี’ (Trustee) ควบคุมการบริหารทรัพย์สิน และมีกฎหมายลงโทษชัดเจนต่อเจ้าอาวาสหรือกรรมการที่ไม่จัดทำบัญชี หรือใช้เงินไม่ตรงวัตถุประสงค์

เมื่อเงินบุญถูกใช้ในทางบาป : TDRI เผยบทความ 'วัด' เสี่ยงถูกใช้เป็นที่ฟอกเงิน Magnific/freestockcenter
เมื่อเงินบุญถูกใช้ในทางบาป : TDRI เผยบทความ 'วัด' เสี่ยงถูกใช้เป็นที่ฟอกเงิน

ข้อเสนอเชิงนโยบายจาก TDRI

ด้วยเหตุนี้ TDRI จึงได้ประกาศข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่สามารถนำมาปรับใช้กับวัดทั่วประเทศไทย เพื่อให้ระบบบริหารจัดการเงินมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ และมีความเป็นระบบมากขึ้น ดังนี้

  • กำหนดมาตรฐานบัญชีวัดแบบเดียวกันทั่วประเทศ สำนักงาน พศ. ควรจัดทำแบบฟอร์มบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และแจกจ่ายให้ทุกวัดใช้
  • เปิดเผยข้อมูลบัญชีรายเดือน วัดต้องติดประกาศบัญชีรายรับ-รายจ่ายไว้ในพื้นที่สาธารณะของวัด หรือบนเว็บไซต์ของ พศ. เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้
  • ให้บุคคลภายนอกช่วยจัดทำบัญชี เนื่องจากเจ้าอาวาสจำนวนมากไม่มีความรู้ด้านการเงิน จึงควรให้บุคคลภายนอก เช่น นักบัญชี อาสาสมัคร หรือเจ้าหน้าที่รัฐ เข้ามาช่วยเหลือจัดทำบัญชี
  • เพิ่มบทบาทการตรวจสอบของ พศ. จังหวัด เจ้าหน้าที่สำนักงาน พศ. ระดับจังหวัดต้องมีอำนาจตรวจสอบเอกสารบัญชี และติดตามการใช้จ่ายเงินงบประมาณและเงินบริจาคอย่างเป็นระบบ
  • ตรวจสอบก่อนให้เงินสนับสนุนรอบใหม่ วัดที่จะได้รับเงินสนับสนุนใหม่ ควรผ่านการประเมินผลงานในรอบก่อน และตรวจสอบเอกสารการเงินก่อนพิจารณาอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ‘ศรัทธา’ คือรากฐานที่มั่นคงของสังคมไทย และวัดคือศูนย์รวมศรัทธานั้น หากปล่อยให้วัดกลายเป็นช่องโหว่ที่ถูกผู้ไม่หวังดีใช้แสวงหาผลประโยชน์ ก็อาจบั่นทอนความศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อมั่นของพุทธศาสนิกชนได้ โดย TDRI ชี้ชัดว่า หากยังไม่มีการปฏิรูปโครงสร้างการเงินของวัดอย่างจริงจัง ไทยอาจต้องเผชิญกรณีทุจริตทางศาสนาอีกนับครั้งไม่ถ้วนในอนาคต

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ