ความคืบหน้าคดียักยอกเงินวัดไร่ขิง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.ปปป. ,เจ้าหน้าที่ สตง. นครปฐม และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมที่ห้องแผนกการเงินของวัดไร่ขิง หลังเข้าหาหลักฐานเพิ่มเติมรอบ 2 เพื่อวางแนวทางการสืบสวนเส้นทางการเงินว่ามีส่วนใดบ้างเข้าข่ายการยักยอก พร้อมยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ไม่ได้มากลั่นแกล้งหรือซ้ำเติมพระ และการทำคดีนี้นอกจากหาผู้ทำผิด ยังจะไปถึงขั้นรื้อระบบการเงินของวัด เพื่อสร้างบรรทัดฐาน
ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีวัดกว่า 10 บัญชี พบว่า มีการรายงานการเบิกจ่าย เพียงแค่ 4 บัญชี ซึ่งส่วนนี้เจ้าหน้าที่ สตง. และ ปปง. จะต้องทำการสืบสวนต่อไปว่ามีการยักย้ายถ่ายเทไปบัญชีใดบ้าง
ส่วนกรณีเจ๊เตย กับ สามี ที่ถูกสอบปากคำไปก่อนหน้านี้ คำให้การยังไม่ชัดเจนในหลายประเด็น ต้องตรวจสอบต่อไปว่าเป็นไปตามคำให้การหรือไม่ ทั้งเรื่องครอบครองรถและที่ดินต่าง ๆ ซึ่งข้อมูลตรงนี้ทางตำรวจทราบหมดแล้ว
พร้อมขอให้เชื่อมั่นในการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ เพราะไม่มีใครสามารถปกปิดความผิดตัวเองได้ เพราะวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ แค่ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานสักระยะหนึ่งก็พอ แต่คงใช้เวลาไม่นาน เพราะต้องทำให้ทันก่อนหมดกำหนดฝากขัง
พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ได้ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าหลังใช้เวลาการตรวจสอบเอกสารนานกว่า 8 ชั่วโมง ว่า ได้เชิญเจ้าหน้าที่ธนาคารจำนวน 4 ธนาคารมาให้ข้อมูลด้วย พบว่า มีบัญชีวัดเพิ่มเติมรวมทั้งหมด 49 บัญชี (รวมกับบัญชีที่มีการตรวจสอบไปแล้วก่อนหน้ากว่า 20 บัญชี) และในจำนวนนี้มีชื่อของอดีตเจ้าอาวาสเป็นเจ้าของบัญชีจำนวน 4 บัญชี
หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. สตง. และ ปปง. ต้องทำการตรวจสอบเส้นเงินต่อไป ส่วนบัญชีที่พบเพิ่มเติมมีความผิดปกติหรือไม่ ยังไม่ขอบอกในรายละเอียด ขอตรวจสอบแต่ละบัญชีก่อน ซึ่งได้ขอให้ธนาคารตรวจสอบยอดเงินคงเหลือแต่ละบัญชีแล้ว
เมื่อถามถึงประเด็นในวัดมีมาเฟียจริงหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ บอกว่า มีคนมาอ้างแบบนั้นจริง ผู้สื่อข่าวเองน่าจะพอทราบข้อมูลอยู่แล้วว่ามีคนมีอำนาจ มีบทบาทในตอนที่ทิดแย้มเป็นเจ้าอาวาส หลังจากนี้จะทำการสืบสวนโดยละเอียด