“บิ๊กเต่า” มั่นใจสาวถึงตัวการใหญ่ เครือข่ายโกงสอบท้องถิ่น "นายกเฮง"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“บิ๊กเต่า” มั่นใจสาวถึงตัวการใหญ่ เครือข่ายโกงสอบท้องถิ่น "นายกเฮง" ชี้ตัวละครใหม่เรียกรับผลประโยชน์ คนละกลุ่มกับกลุ่มของจ่าพิชิต

พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยรายละเอียดหลังการจับกุมและสอบปากคำ นายประวิทย์ จารุรัชกุล อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย หรือนายกเฮง และเจ้าหน้าที่ อบต.แห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ โดยระบุว่าผู้ต้องหาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งนายเฮงยังให้การภาคเสธ แต่ก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

โดยข้อมูลบางส่วนเป็นประโยชน์ ต่อการขยายผลเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ต้องหา ที่เคยถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ 

พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ช่างภาพพีพีทีวี
พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

โดยพนักงานสอบสวนได้นัดหมายผู้ต้องหามาให้การเพิ่มเติม และนำหลักฐานมาชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 8 กันยายน 2569 นี้ 

สำหรับแนวทางการสอบสวนพบว่ารูปแบบขบวนการนี้ มีการทำงานที่เป็นระบบ โดยมีแผนประทุษกรรมคล้ายกัน มีพฤติการณ์เปิดรับโควตาผู้ที่อยากรับราชการส่งขึ้นไปเป็นเส้นสาย ซึ่งพบว่ามีลักษณะเช่นนี้กระจายอยู่หลายจังหวัด

ส่วนกรณีที่มีคำถามจากสังคมว่า ทำไมถึงให้ประกันตัวผู้ต้องหา  พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ระบุว่าคดีที่จังหวัดศรีสะเกษมีผู้เสียหายมาร้องเรียนเบื้องต้นเพียง 1 คน มูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 650,000 บาท ซึ่งตามข้อกฎหมายหากไม่ให้ประกันตัว จะมีเวลาควบคุมตัวทำสำนวนเพียง 48 วัน แต่หากปล่อยตัวชั่วคราว พนักงานสอบสวนจะมีเวลาทำงานถึง 6 เดือน ทำให้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น อีกทั้งในทางกฎหมาย ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ ที่มีสิทธิ์ประกันตัวเพื่อไปต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

และจากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่ามีผู้เสียหายที่ไปแจ้งความตามโรงพักต่าง ๆ อีกกว่า 40 คน และเมื่อรวมข้อมูลทั้งหมดคาดว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อมากกว่า 100 คน ในจำนวนนั้นมี 57 คน ที่จ่ายเงินและได้ตำแหน่ง ส่วนอีกกว่า 40 คน เป็นกลุ่มที่จ่ายเงินไปแล้ว แต่ไม่ได้เงินคืนและไม่ได้ตำแหน่ง ซึ่งผู้เสียหายกลุ่มนี้ให้การว่าได้นำเงินสดไปมอบให้นายเฮง

ส่วนขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากเป็นคดีทุจริตเกี่ยวกับการรับราชการ สำนวนใหญ่จะอยู่ในอำนาจการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งปัจจุบัน ป.ป.ช. ได้แต่งตั้ง พลตำรวจตรี ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และ พลตำรวจตรี พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ร่วมเป็นคณะไต่สวนด้วย ทำให้การประสานข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้เสียหายที่ต้องการความรวดเร็ว สามารถเดินทางมาร้องเรียนกับตำรวจ บก.ปปป. หรือกองปราบฯ ได้ทันที โดยตำรวจจะทำคดีคู่ขนานควบคู่ไปกับ ป.ป.ช.

พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ยืนยันว่าการทำงานของ ป.ป.ช. จะสามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้ ซึ่งเชื่อมั่นว่าคดีนี้จะสามารถขยายผลไปถึงผู้บริหารระดับกรมได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังเตรียมขยายผล ไปยังตัวละครใหม่ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มของ นายพิชิต หนึ่งในผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นที่เคยถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ โดยไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพราะเป็นข้อมูลทางการสืบสวน

สำหรับกลุ่มบุคคลที่ใช้เส้นสายจนได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการไปแล้ว ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าใครเป็นใคร และอยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการให้ลาออกหรือสั่งให้ออกจากราชการ และยืนยันอีกว่าคดีนี้ไม่มีแรงกดดัน หรือการแทรกแซงทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ตำรวจดำเนินการไปตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ