พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นำสำนวนคดีเครือข่ายติดสินบนเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ด้วยทองคำแท่งหนัก 246 บาท เพื่อขอให้ช่วยเหลือคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. มาให้ ป.ป.ช. พิจารณาภายใน 30 วันตามขั้นตอนและยื่นเรื่องเพื่อคัดค้านกรรมการ ป.ป.ช. 1 ท่าน โดยขอให้ระงับการเข้าร่วมพิจารณาหรือไต่สวนในคดีนี้ เนื่องจากอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น และเตรียมยื่นหนังสือรายงานไปยังประธานวุฒิสภา เพื่อให้รับทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของกรรมการ ป.ป.ช. คนดังกล่าวด้วย
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ บอกว่า สำนวนที่นำส่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ โดยหลักฐานสำคัญที่นำมาใช้เป็นสำนวนส่งมอบให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. คือไฟล์คลิปวิดีโอกว่า 10 คลิป เกี่ยวข้องกับบุคคลในคดี ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจค้น จนไปถึงขั้นตอนการสอบปากคำ
ซึ่งจากการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องเชื่อว่า เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี มีน้ำหนักพอที่จะใช้เอาผิดผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเบื้องต้นพบเกี่ยวข้อง 6 คน ส่วนรายละเอียดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการแถลงในวันพรุ่งนี้ (6 ม.ค.) เวลา 10.00 น.
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า ส่วนกระบวนการหลังจากนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ ป.ป.ช. ในการพิจารณาว่าจะรับคดีไว้ทำเองหรือส่งกลับมาให้ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์จะมีความชัดเจน แต่ส่วนตัวอยากให้ ป.ป.ช. รับคดีไว้ดำเนินการเองเพราะตำรวจไม่อยากรื้อคดีใหม่
ซึ่งผู้เสียหายสามารถชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ได้ในชั้นศาล โดยตัวเองยังเชื่อมั่นว่า หาก ป.ป.ช. รับคดีนี้ไว้ดำเนินการเองจะทำคดีนี้ด้วยความโปร่งใสเป็นธรรม และคาดว่าคดีนี้จะรวดเร็วขึ้น แต่หาก ป.ป.ช.ส่งกลับมาส่วนตัวไม่ขัดข้อง
"อยากขอบคุณ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ออกมาให้ข้อมูล เพราะข้อมูลเหล่านี้ทำให้ปัญหาอื่น ที่มีก่อนหน้านี้แก้ได้ง่ายขึ้น " พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว
ซึ่งหลังจากนี้ หากฝ่ายของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะออกมาแสดงท่าทีอย่างไรไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือ เพราะมองว่าเป็นเรื่องของอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่อยากขอบคุณ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิทของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ออกมาให้ข้อมูล เพราะข้อมูลเหล่านี้ทำให้ปัญหาอื่น ที่มีก่อนหน้านี้แก้ได้ง่ายขึ้น ซึ่ง ป.ป.ช. จะพิจารณา ให้พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นพยาน หรือต้องถูกดำเนินคดีด้วย ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ ป.ป.ช. เพราะตำรวจไม่มีอำนาจชี้นำ พร้อมกับยืนยันว่า การดำเนินการกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่มีการกลั่นแกล้งใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย