ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 9 ม.ค.ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ฟ.117/2567 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ยื่นฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.), นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 กรณีให้ออกจากราชการไว้ก่อน
โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้องสรุปว่า ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 178/2567 ลงวันที่ 18เม.ย. 2567 ให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการไว้ก่อน
กรณีถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน กรณีมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ชื่อ BNKMASTER จนถูกดำเนินคดีอาญาและถูกศาลอาญาออกหมายจับ ในความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน
ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2ได้มีหนังสือ ที่ ตช 0083(อธ)/933 วันที่ 5 สิงหาคม 2567 เรื่อง แจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เรื่องดำที่ อธ. 100/2567 เรื่องแดงที่ อธ. 33/2567 โดยมีคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์และยกคำขอวิธีการชั่วคราวฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีนี้ในชั้นคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเดิมองค์คณะ5 คนที่พิจารณาคดีนี้ในศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาในประเด็นดังกล่าวไว้เเล้ว
เเต่ประธานศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้นำคดีเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดอภิปรายพิจารณาเเละมีมติไม่คุ้มครองชั่วคราว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จนเป็นมูลเหตุให้พล.ต.อ. สุรเชษฐ์มีการยื่นฟ้องอาญาต่อตุลาการศาลปกครองหลายรายต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ