เตรียมออกหมายจับมาเฟียคุมวัดไร่ขิง ข่มขู่คนในวัด-พระ เก็บรายได้วัด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตำรวจเตรียมออกหมายจับกลุ่มมาเฟียคุมวัด! ข่มขู่คนในวัด-พระ ขอจัดเก็บรายได้วัด เจอหลักฐานอีก "เตย-สามี" เคยหอบเงินสดค่าเช่าร้านให้อดีตเจ้าอาวาสถึงกุฏิ

ความคืบหน้าคดียักยอกเงินวัดไร่ขิง เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำทีมพนักงานสอบสวน และคณะทำงาน ประกอบด้วยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ปปท. เข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินของวัดไร่ขิงเป็นรอบที่ 3 หลังตรวจสอบพบบัญชีวัดรวม 49 บัญชี แต่รายงานต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแค่ 4 บัญชี ส่วนอีก 45 บัญชีที่เหลือปกปิด

บิ๊กเต่า ช่างภาพพีพีทีวี
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

การตรวจสอบเส้นทางการเงินในวันนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ และ น.ส.อนงนาต ชีวานันทกุล ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 5 ได้เดินสำรวจจุดที่ใช้เป็นที่จัดประมูลแผงเช่าร้านค้างานประจำปีวัดไร่ขิง พื้นที่ให้เช่าร้านค้าตลาดนัดทุกวันอาทิตย์ และร้านกาแฟที่ถูกระบุว่าเป็นของ น.ส.เตย โดยมีผู้ช่วยเจ้าอาวาสเป็นผู้เดินนำชี้จุด ระหว่างชี้จุดเจ้าหน้าที่ ปปท.ได้สอบถามข้อมูลจากทางผู้ช่วยเจ้าอาวาสว่าจุดไหนใช้ทำอะไรบ้าง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสได้อธิบายและชี้แจงแต่ละจุดอย่างละเอียด โดยเจ้าหน้าที่ ปปท. มีการบันทึกภาพตลอดการสำรวจพื้นที่

ส่วนกรณีของ น.ส.เตย และสามี ตามรายงานขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีอยู่ระหว่างพิจารณาพยานหลักฐานเกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคลใกล้ชิดอดีตเจ้าอาวาสฯ บางราย โดยเฉพาะ น.ส.เตย และสามี ที่เชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนอดีตเจ้าอาวาสฯ ยักยอกเงินวัด ทั้งนี้จากแนวทางสืบสวนพบว่า น.ส.เตย และสามี ถือเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการบริหารจัดการวัดเป็นอย่างมาก รวมถึงยังเป็นคนที่ทำหน้าที่เก็บเงินค่าเช่าที่ร้านค้างานวัดงานประจำปี

ทั้งนี้สำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าบุคคลทั้งสองน่าจะมีส่วนเกี่ยวกับอดีตเจ้าอาวาสฯ ในการยักยอกเงินวัด เนื่องจากมีการตรวจสอบพบว่า น.ส.เตย และสามี เคยนำเงินสดที่เป็นเงินรายได้จากการเก็บค่าเช่าที่ร้านค้างานประจำปีไปส่งมอบให้กับอดีตเจ้าอาวาสฯ ภายในกุฏิ แต่ภายหลังกลับปรากฎว่าเงินค่าเช่าที่ดังกล่าวไม่ได้ถูกนำเข้าสู่ระบบบัญชีธนาคารของวัด ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยายานหลักฐาน ก่อนนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีคณะใหญ่ เพื่อร่วมกันพิจารณาข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระทำผิดแน่ชัดก็จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ส่วนรถยนต์ของวัดที่มีชื่อสามี น.ส.เตย ครอบครอง มี 2-3 คัน แต่รถยนต์ส่วนตัวของ น.ส.เตย มีอยู่ประมาณ 12 คัน ในจำนวนนี้มียี่ห้อ BMW ซึ่งน่าสงสัยว่า น.ส.เตย ร่ำรวยมาจากอะไร เพราะมีประวัติทำรีสอร์ท มีบ้าน มีที่ดิน ในต่างจังหวัด แต่คนๆ หนึ่งต้องดูด้วยว่ารวยมาจากอะไร ถึงมีรถยนต์มากกว่า 10 คัน และเกี่ยวข้องอะไรกับวัดไร่ขิงกันแน่

นอกจากนี้ มีรายงานว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายจับ โดยเฉพาะกลุ่มมาเฟียที่เจ้าหน้าที่จับตา เนื่องจากที่ผ่านมากลุ่มบุคคลพวกนี้เคยไปข่มขู่คนในวัดและพระในวัด เพื่อเสนอตัวเข้ามาจัดเก็บรายได้ในพื้นที่วัด โดยมีรายงานว่าการออกหมายจับอาจมีบุคคลเกี่ยวข้องมากกว่า 5 คน ซึ่งอาจทยอยออกหมาย หรือเป็นแบบรวดเดียวเลย และคาดว่าจะเป็นปลายสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้า ขึ้นอยู่กับหลักฐาน

ไตรรงค์ ผิวพรรณ ช่างภาพพีพีทีวี
พลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ส่วนความคืบหน้าในส่วนของคดีที่เกี่ยวข้องกับการพนันนั้น พลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ตรวจสอบในปี 2567 ที่เครือข่ายเว็บการพนันถูกจับ ยังไม่พบเส้นเงินโยงไปถึงใครเพิ่มเติม นอกจากนางสาวอรัญญาวรรณ และนายเอกพจน์ ที่เข้าไปมีส่วนร่วมเกี่ยวกับคดียักยอกเงินวัดไร่ขิงและเว็บการพนัน ทั้งนี้จากการพูดคุยกับรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มีข้อหารือร่วมกันว่าจะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลังไปถึงปี 2563 ซึ่งเป็นพื้นที่มีข้อมูลว่ามีการเปิดเว็บการพนันขึ้น แต่ทางตำรวจสอบสวนกลางจะต้องตรวจสอบย้อนหลังไปจนถึงอดีตเจ้าอาวาสเข้ามารับตำแหน่งว่า มีพฤติกรรมยักยอกเงินเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้มีประสานส่งต่อข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง

ส่วนเส้นทางการเงินจากอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ไปพัวพันกับเว็บการพนันอย่างไร พนักงานสอบสวนตั้งไว้ 3 ประเด็น คือ 1.เป็นการกู้ยืมเงินกันระหว่างอดีตเจ้าอาวาส กับนางสาวอรัญญาวรรณ ตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างหรือไม่ 2.เป็นการเข้าร่วมเล่นการพนัน และ 3. เป็นการนำเงินไปให้ นางสาวอรัญญาวรรณ ร่วมลงทุนกับเว็บการพนันหรือไม่ ซึ่งทุกประเด็นตำรวจต้องสอบสวนและหาพยานหลักฐานให้แน่ชัด จากข้อมูลที่ได้รับของตำรวจสอบสวนกลาง และโทรศัพท์มือถือของนางสาวอรัญญาวรรณ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในการสืบสวนคดี แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอดีตเจ้าอาวาส เข้ามารับผลประโยชน์จากเว็บการพนัน

พลตำรวจโท ไตรรงค์ กล่าวอีกว่าสำหรับคำให้การของนางสาวอรัญญาวรรณ ยังอ้างว่าเป็นเพียงแค่ผู้เล่นการพนันกับเว็บการพนันดังกล่าว แต่ทางตำรวจมีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันและคดีฟอกเงิน เนื่องจากพบมีเงินเข้ามาจากบัญชีของบุคคล ก่อนนำไปเล่นการพนัน ส่วนความผิดในการฟอกเงินเกี่ยวกับเครือข่ายเว็บการพนัน ต้องสืบสวนหาความเชื่อมโยงให้ได้ก่อนว่าอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากเครือข่ายเว็บการพนันหรือไม่

ส่วนผู้ต้องหาคนสำคัญและผู้รับผลประโยชน์สูงสุดของเครือข่ายเว็บการพนันดังกล่าวนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามจับกุม แต่จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีการเข้าออกประเทศโดยถูกกฎหมาย ซึ่งคาดว่าหลบหนีออกนอกประเทศไปในช่องทางธรรมชาติ  โดยเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องการตัวเพื่อมาสอบสวนและหาความเชื่อมโยงว่า ผลประโยชน์ที่ได้รับจากเครือข่ายเว็บการพนัน ส่งต่อไปถึงบุคคลใดบ้าง โดยหลังจากนี้ทางตำรวจ สอท.จัดเร่งดำเนินการสืบสวนหาพยานหลักฐานหาความเชื่อมโยงให้ทุกมิติ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ