เมื่อเวลา 00.01 น.วันที่ 24 พ.ค.ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุรถบรรทุกน้ำมันเฉี่ยวชนกันพลิกคว่ำ ซอยสุขสวัสดิ์ 27 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. จึงประสานเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยราษฎร์บูรณะไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นสามแยกถนนราษฎร์พัฒนา มุ่งหน้าถนนสุขสวัสดิ์ พบรถบรรทุกน้ำมัน ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นเดก้า สีขาว ทะเบียนป้ายเหลือง 72-2369 กรุงเทพมหานคร ติดสติ๊กเกอร์วัตถุไวไฟ ลักษณะพลิกตะแคงอยู่กลางถนน กระจกหน้ารถแตกเสียหายจอดขวางอยู่กลางถนน
ส่วนผู้ขับขี่ทราบชื่อต่อคือ นายสมศักดิ์ อายุ 56 ปี ชาว จ.ปทุมธานี พนักงานขับรถขนน้ำมัน บริษัท ปตท. ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ ส่งผลให้น้ำมันเกิดรั่วไหลนองพื้น เจ้าหน้าที่จึงใช้เคมีโฟม และน้ำฉีดเลี้ยงจุดที่มีน้ำมัน ป้องกันไม่ให้เกิดไฟลุกไหม้ ใกล้กันพบรถเทรลเลอร์ 22 ล้อ ท้ายพ่วงทะเบียน 79-8438 กรุงเทพมหานคร จอดกีดขวางปิดทางออกถนนสุขสวัสดดิ์ ทราบชื่อผู้ขับขี่ต่อมา คือ นายสมเกียรติ อายุ 32 ปี
จากการสอบถาม นายสมเกียรติ ผู้ขับขี่รถเทรลเลอร์ กล่าวว่า ตนขับขี่ตรงมาจากแยกบางปะแก้ว ถนนสุขสวัสดิ์ มุ่งหน้าพระประแดง ช่วงสัญญาณไฟเขียว จู่ๆ รถบรรทุกน้ำมันที่วิ่งมาจากพระประแดงเลี้ยวขวามาตัดหน้ารถตน ตนยืนยันได้ถ้าเปิดกล้อวงจรปิดดูเหลืออีก 2 วิไฟเขียว โดยในรถตนขนสิ่งของประเภทน้ำผลไม้มาเพื่อไปส่งท่าเรือคลองเตย
ด้านนายสมศักดิ์ คนขับรถน้ำมัน กล่าวสั้นๆว่า ตนขับมาจากพระประแดงจะเลี้ยวเข้าถนนราษฎร์พัฒนาเป็นจังหวะไฟเขียว แต่รถคู่กรณีขับมาไม่ดูสัญญาณไฟ จึงเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดพร้อมเชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไปนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กรณีดังกล่าวว่า เมื่อคืนเวลาประมาณ 00.24 น. มีรถน้ำมันพลิกคว่ำบริเวณถนนสุขสวัสดิ์ 24 เขตราษฎร์บูรณะ ทำให้มีน้ำมันเปรอะพื้นผิวจราจร ซึ่งเป็นน้ำมันเบนซินที่มีความไวไฟ กทม.จึงได้ใช้วิธีใช้กระสอบทราย ล้อมจุดเกิดเหตุเพื่อป้องกันน้ำมันไม่ให้ไหลไปบริเวณอื่น
รวมถึงบล็อกท่อระบายน้ำบริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันน้ำมันไหลลงสู่ท่อระบายน้ำไปปนเปื้อนกับน้ำในท่อ โดยล่าสุดสามารถกู้รถให้ตั้งขึ้นได้แล้ว พร้อมถ่ายน้ำมันเบนซินของรถที่พลิกคว่ำไปสู่รถอีกคันที่มารองรับแล้ว อีกทั้งบริษัทผู้รับผิดชอบจะนำรถมาดูดน้ำมันที่อยู่บนพื้นและท่อระบายน้ำที่อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมออกไปจากท่อด้วยเพื่อนำน้ำไปบำบัด รวมถึงเมื่อเช้าได้มีการอพยพผู้คนบริเวณใกล้เคียงไปประมาณ 100 คน เพื่อความปลอดภัย ซึ่งสถานการณ์ในภาพรวมเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดที่ต้องกังวล ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม และบ่ายนี้น่าจะคลี่คลาย