ฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่ จนต้องสั่งปิดน้ำตก 3 แห่งภายในอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกแม่สา ต.แม่แรม อ.แม่ริม ซึ่งมีปริมาณน้ำป่าไหลหลากทำให้น้ำตกมีสีขุ่นแดง-น้ำไหลแรงเชี่ยวกราก
เช่นเดียวกับน้ำตกตาดหมอก ในพื้นที่ อ.แม่ริม ซึ่งฝนที่ตกในช่วงรุ่งสางวันที่ 26 พ.ค. ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำตกมีปริมาณสูง ขณะที่น้ำตกหมอกฟ้า ที่ ต.สบเปิง อ.แม่แตง น้ำตกไหลแรงและมีสีขุ่นแดงมาก ดังนั้นทางอุทยานจึงได้ทำการปิดต่อเป็นวันที่ 2 เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งถ้าหากสถานการณ์ปกติจะกลับมาเปิดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวได้ตามปกติ พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมลำห้วยที่น้ำไหลจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันด้วย
ขณะที่ในตัวเมืองเชียงใหม่ หลังฝนตกทำให้เกิดน้ำท่วมขังรอระบาย โดยเฉพาะชุมชนศรีปิงเมือง ชุมชนกาดก้อม ชุมชนฟ้าใหม่ ชุมชนนันทาราม และบริเวณโดยรอบวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำของตัวเมือง
เช้าวันที่ 26 พ.ค. ประชาชนที่อาศัยอยู่ละแวกนั้นต้องเดินลุยน้ำท่วมขังไปทำงานกันบางรายต้องย้ายรถออกจากบ้านมาจอดไว้บนถนนมหิดลเพราะหวั่นว่าน้ำจะท่วมสูงแบบรอบที่แล้ว
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้น้ำเครื่องสูบน้ำมาตั้งไว้ตรงหน้าโรงแรมบีทูขณะเดียวกันหน้าที่ต้องคอยดำลงไปงมขยะไม่ให้ไปอุดตันเครื่องสูบน้ำตลอดเวลาเพราะตรงจุดนี้มีขยะลอยมากับน้ำจำนวนมากเพื่อเร่งการระบายน้ำ
ส่วนที่จังหวัดเชียงราย ชาวบ้านประสบปัญหากับการสัญจร ที่สะพานบ้านเหมืองแดง ต.แม่สาย อ.แม่สาย เกิดการชำรุดขาดตั้งแต่เหตุอุทกภัย เดือน ก.ย. 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นน้ำป่าทะลักมีกระแสน้ำแรง ทำให้ถนนหนทาง รวมไปถึงสะพานเหมืองแดงที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งตั้งแต่นั้นมากรมทางหลวงเชียงราย ได้นำสะพานเหล็กชั่วคราวมาติดตั้งให้ประชาชนได้สัญจรชั่วคราว
แต่สะพานเหล็กชั่วคราวนั้นมีทางแคบ รถที่วิ่งไปมาต้องรอรถอีกฝ่ายไปถึงจะข้ามไปได้ ซึ่งการสัญจรจะหนาแน่นติดขัดในช่วงเช้าที่ผู้ปกครองต้องไปตลาด เด็กนักเรียนต้องรับไปโรงเรียน และมีอีกหลายอาชีพการทั้งงาน ต้องเร่งรีบกันตั้งแต่เช้าจรดเย็น
ล่าสุด อ.แม่สาย เกิดฝนตกหนักทำให้สะพานเหมืองแดงเกิดเป็นหลุมทรุดบริเวณข้างสะพานหลายจุด ซึ่งทำให้เกิดความวิตกกังวนกับผู้สัญจรที่ต้องคอยระวังเวลาสัญจรข้ามไปมา จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแล หวั่นเกิดอันตราย และมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
ส่วนที่ จ.สมุทรปราการ มีฝนตกหนักตั้งแต่เมื่อคืน 25 พ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้เช้าวันที่ 26 พ.ค. บริเวณนิคมอุตสาหกรรมบางปู เผชิญปัญหาน้ำท่วมขังในหลายจุด โดยเฉพาะในซอย 12, 13 ,14B และนิคมบางปูฝั่งเหนือ ซึ่งมีน้ำท่วมสูงบนถนนบางช่วงถึง 30 เซนติเมตร ส่งผลกระทบต่อการสัญจรของรถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ ที่ต้องลุยน้ำไปทำงานอย่างยากลำบาก
ส่วนฝั่งเหนือของนิคมฯ ซึ่งมีระบบระบายน้ำผ่านลำรางขนาดเล็ก ยังคงเป็นจุดวิกฤตที่น้ำท่วมขังเป็นประจำเมื่อเกิดฝนตกหนัก เนื่องจากการระบายน้ำทำได้ช้าและมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน
ขณะที่เขตส่งออกของนิคมฯ กลับไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ โดยปีที่ผ่านมาได้มีการขุดลอกและปรับปรุงระบบคลองลำรางใหม่ ทำให้สามารถระบายน้ำได้ดีขึ้น ส่งผลให้พื้นที่เขตส่งออกปลอดจากน้ำท่วมในรอบนี้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการระบายน้ำและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม