วันที่ 30 พ.ค.68 จากกรณีที่ สื่อโซเซียล ได้ โพสต์เรื่องราว กรณี ที่ พยาบาลโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่พยาบาล เมื่อคืนวันที 28 พ.ค. 2568 ที่ผ่านมา ด้านพ.ต.อ.สิทธิชัย ยิ้มยวน ผกก.สภ.เมืองตาก เปิดเผย (ทางโทรศัพท์) ว่า กรณีดังกล่าวทางผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาล ได้เดินทางมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ตั้งแต่คืนวันเกิดเหตุ และวานนี้ (29 พ.ค.68) ทางพนักงานสอบสวนได้ เรียกสอบ ทั้งในส่วนของ ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาล และผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็นภรรยาของผู้ป่วย
โดยเป็นการแยกสอบ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน สอบพยานแวดล้อมผู้ ที่อยู่ในเหตุการณ์ เพราะขณะเกิดเหตุจุดดังกล่าว ไม่มีกล้องวงจรปิด
ด้านนายแพทย์พิทักษ์พงษ์ จันทร์แดง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก พร้อมด้วย ผศ.(พิเศษ) นพ.ชัยกิจ อุดแน่น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก (ด้านเวชกรรมป้องกัน 1) นางวราภรณ์ พิมพาสอน รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก (ด้านบริการทางวิชาการ) และ นางกัญญารัตน์ จันทร์แดง ประธานแม่บ้านสาธารณสุข สาขาจังหวัดตาก ได้เดินทาง ไปที่โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อ ให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่พยาบาล ผู้เสียหาย พร้อมด้วยนิติกรเพื่อ สอบถามรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายแพทย์บรรเจิด นนทสูติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มอบหมายให้ นางสุพัตรา แจ่มตระกูล รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารทุกฝ่ายและนิติกรของโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ให้การต้อนรับ
สำหรับเหตุการณ์เจ้าหน้าที่พยาบาลในสังกัดของโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถูกทำร้ายร่างกายจากบุคคลภายนอกขณะปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 เวลา19.10 น. ที่ตึกศัลยกรรมกระดูกชาย อาคาร 100 ปี โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อ.เมือง จ.ตาก นั้น
เจ้าหน้าที่พยาบาลวิชาชีพอายุ 36 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงกึ่งจะร้องไห้ ว่าวันเกิดเหตุ วันที่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 19.10 น. ขณะที่กำลังเขียนรายงาน เกี่ยวกับการรักษา และการประสานงานเพื่อจะ Refer ผู้ป่วย ซึ่งเป็นสามีของผู้ก่อเหตุ ที่กำลังนอนอยู่บนเตียง และได้รับแจ้งว่า ให้มาช่วยดูดเสมหะ ตนจึงเตรียมอุปกรณ์ ก่อนจะเดินไปดูดเสมหะ เมื่อไปถึงถูกภรรยาของผู้ป่วยที่มาเฝ้าอาการสามี ด่าทอ และยังใช้มือตบที่บริเวณใบหน้าด้านขวาจำนวน 1 ครั้ง จนแว่นตากระเด็นหลุด ได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุต้องรีบหนีเข้าห้องกระจกปิดประตูไว้เพราะตกใจและกลัวอันตราย จนมีเพื่อนร่วมงานและเจ้าหน้าที่ รปภ.เข้ามาระงับเหตุ ต่อมาจึงได้เดินทางไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตาก
กรณีดังกล่าว ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้โทรศัพท์ไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่พยาบาล ผู้เสียหายดังกล่าว พร้อมได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว เหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค.68 เวลาประมาณ 19.10 น.ญาติผู้ป่วยทำร้ายร่างกายพยาบาลขณะปฎิบัติหน้าที่ โดยการตบที่ใบหน้าข้างขวา 1 ครั้ง พร้อมด่าทอ เนื่องจากจากไม่พอใจในการบริการ ทำให้พยาบาลที่ปฏิบัติงาน ได้รับความบาดเจ็บทางด้านร่างกาย
ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พยาบาล ทำงานประจำตึกศัลยกรรมกระดูกชาย ปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าเวร ญาติผู้ป่วยได้เข้ามาเรียกพยาบาล ว่าผู้ป่วยมีเสมหะติดคอ พยาบาลจึงรีบวิ่งไปดู เปิดม่านสีชมพูเข้าไป พบภรรยาผู้ป่วยก่อน ภรรยาผู้ป่วยได้กล่าวต่อว่า ด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า “มึงทำอะไรกันอยู่ ผัวกูจะตายแล้ว มัวแต่เล่นโทรศัพท์” พยาบาลจึงตอบกลับไปว่า "หนูไม่ได้เล่น หนูประสานงานส่งตัวแฟนป้าไปเชียงใหม่กับหัวหน้า
ภรรยาของผู้ป่วยตะคอกเสียงดังว่า “มึงอย่าเถียง” พยาบาลจึงเดินออกมาจากเตียงคนไข้ ภรรยาผู้ป่วยเดินตามออกมา พร้อมกับง้างมือขวา ทำท่าจะตบ แต่ไม่ทันได้ตบ พยาบาลก็เดินถอยมาอีก แล้วบอกว่า “หนูไม่ได้เถียง มันคือความจริง” จากนั้นภรรยาของคนไข้ก็ตะโดนบอกว่ามึงอย่าเถียง สีหน้าโกรธ แล้วง้างมือตบที่แก้มขวา บริเวณโหนกแก้ม จนแว่นหลุดกระเด็น
พยาบาลผู้ประสบเหตุถูกทำร้าย ให้ข้อมูลในบันทึกประจำวันด้วยว่า หลังจากถูกทำร้าย พยาบาลจึงเดินเข้าไปในเคาน์เตอร์พยาบาลโดยล็อกประตูไว้ ภรรยาของคนไข้ยังเดินตามมาด่าทอ ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ อยู่ข้างนอก แล้วรายงานให้แพทย์ทราบ เรื่องผู้ป่วยหายใจเหนื่อยได้รับการดูดเสมหะ (suction) และพ่นยาแล้ว จากนั้นมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับตำรวจเวลา 21.11 น.
ด้าน พ.ต.อ.สิทธิชัย ยิ้มยวน ผกก.สภ.เมืองตาก เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว ทางผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลได้เดินทางมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ตั้งแต่คืนวันเกิดเหตุ และ วานนี้(29 พค.68) ทางพนักงานสอบสวนได้ เรียกสอบ ทั้งในส่วนของ ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลและผู้เห็นเหตุการณ์ไว้แล้ว รวมถึงส่งตัว ผู้เสียหาย เพื่อตรวจอาการบาดเจ็บ
แต่ในส่วนของผู้ก่อเหตุ เนื่องจากสามีถูกนำส่งไปรักษาต่อในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ผู้ก่อเหตุได้เดินทางไปดูแลอาการสามี ที่จังหวัดเชียงใหม่ เช่นกัน พนักงานสอบสวนได้ทำการออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุ และพยาน เพื่อทำการสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหาต่อไป อย่างไรก็ตามในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะดำเนินการในส่วนของพยานหลักฐาน ประกอบสำนวน ดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างรัดกุมต่อไป