เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 68 เพจเฟซบุ๊กศูนย์สอบธรรมศาสตร์ได้โพสต์ข้อความแฉกระบวนการโกงสอบเข้ารับราชการที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบกลเม็ดเด็ดพรายหลากหลาย บางวิธีลึกลับซับซ้อนยิ่งกว่าภาพยนตร์ฉลาดเกมส์โกง
โดยศูนย์สอบธรรมศาสตร์ระบุว่า อาชีพข้าราชการเป็นอาชีพอันดับต้น ๆ ที่เป็นที่นิยม แต่นับวันจะมีการแข่งขันมากขึ้น จึงเป็นที่มาของกลุ่มอิทธิพลที่มีอำนาจภายในหน่วยงาน หรือเป็นช่องทางแสวงหารายได้ผลประโยชน์จากผู้ที่ต้องการเป็นข้าราชการ
คนโกงคือใคร?
สำหรับ การโกงการสอบราชการนั้นเกิดขึ้นจากบุคคล 2 กลุ่ม
โจรภายใน พวกนี้จะแฝงตัวอยู่ในคณะผู้บริหารหรือคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบอาทิเช่น การออกข้อสอบ การตรวจข้อสอบ การสอบสัมภาษณ์ การตรวจเอกสาร การประกาศรายชื่อ
ปกติหน่วยงานจะมีคณะทำงาน ทำหน้าที่กำหนดแผนงาน มาตรการ วันเวลา ผู้รับผิดชอบ โดยต้องมีคณะกรรมการชุดต่าง ๆ โดยจะเป็นคนของหน่วยงานหรือของสถาบันการศึกษาก็ได้ ประกอบด้วย
กรรมการออกข้อสอบ โดยหลักแล้วต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้น หรือมีประสบการณ์และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ส่วนใหญ่จะเป็นผู้บริหารในหน่วยงาน หรือถ้าให้มหาลัยจัดสอบก็จะเป็นอาจารย์มหาลัย
กรรมการคัดเลือกข้อสอบ (คนละชุดกับการออกข้อสอบ) ทั้งนี้ส่วนใหญ่ถ้าเป็นงานที่มีคนสอบเยอะต้องมีการเก็บตัวกรรมการ ทั้งคนออกและคนเลือกข้อสอบ
กรรมการจัดพิมพ์ต้นฉบับ และกรรมการพิมพ์ข้อสอบ กระดาษคำตอบ กลุ่มนี้ต้องเก็บตัว 100%
กรรมการคุมสอบในห้องสอบ ต้องเป็นคนที่ได้ฝึกอบรมหรือผ่านการประชุมเรื่องการสอบมา ต้องไม่มีความสัมพันธ์กับผู้สอบและต้องไม่นำเครื่องมือสื่อสารเข้าไปในห้องสอบ
กรรมการตรวจเฉลยข้อสอบ (ต้องไม่ใช่ผู้ออกข้อสอบและผู้เลือกข้อสอบ) ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเฉลยข้อสอบก่อนตรวจ
การตรวจข้อสอบ จะทำทันทีหลังการสอบเสร็จสิ้น เพราะถ้าค้างคืนดินสอวิเศษจะทำงาน (99% หลังการสอบ ถ้าเป็นของศูนย์สอบธรรมศาสตร์จะทำการตรวจข้อสอบทันที จะมีคณะกรรมการจากหน่วยงานที่สอบเป็นพยาน) ทั้งนี้ เครื่องตรวจข้อสอบ 1 เครื่องสามารถตรวจได้ 6,000 คน/ชม. ถ้ามีหลายเครื่องก็คูณไป
กระดาษคำตอบที่ผ่านการตรวจแล้ว ที่ปกติคือต้องมีการตีตัวเลขคะแนนลงในกระดาษคำตอบนั้นทันที
ประกาศและรายชื่อผู้สอบ โดยปกติสถาบันการศึกษา จะต้องประทับตราเก็บไว้เป็นต้นฉบับ ส่วนหน่วยงานก็จะนำไปตรวจสอบและประทับตราหน่วยงานเพื่อประกาศจริง เพื่อป้องกันรายชื่อกระโดด
การสอบสัมภาษณ์ ถ้าหน่วยงานที่มีคุณธรรม จะส่งแค่รายชื่อกรรมการมา แล้วให้กรรมการจับสลากโต๊ะสัมภาษณ์ 15-30 นาทีก่อนสอบ โดยปกติจะมีการกำหนดขอบเขต ช่วงคะแนนไว้ ส่วนใหญ่หน่วยงานที่ใช้สัมภาษณ์ที่ธรรมศาสตร์จะใช้วิธีการแบบนี้
การตรวจให้คะแนนประวัติหรือผลงาน กรรมการของหน่วยงานจะเป็นคนตรวจเอง แต่ส่วนใหญ่ เค้าก็มีเกณฑ์วิทยาศาสตร์ในการให้คะแนนอยู่และตรวจสอบความผิดปกติได้ไม่ยาก
ศูนย์สอบธรรมศาสตร์บอกว่า สำหรับโจรภายใน ก็อาศัยช่องทางต่าง ๆ ในระบบนี้นี่แหละ แต่ขอไม่ลงลึกในรายละเอียดเพราะไม่อยากถูกร้องเรียน
ส่วนกลุ่มที่สอง โจรภายนอก พวกนี้ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานแต่จะใช้กลวิธีในการทำให้สอบได้ ในหนังดังเรื่องฉลาดเกมส์โกง ก็อยู่ในประเภทนี้ กลุ่มนี้จับได้ไม่ยาก ถ้า หน่วยงานมีการป้องกันที่ดี และไม่เพิกเฉยหรือประมาท
กลุ่มนี้จะมีกระบวนการดังนี้ คือ จะมีนายหน้า ติดต่อไปที่ครอบครัว หรือตัวบุคคลที่กำลังสอบหรือสมัครงานราชการ ส่วนใหญ่คนที่ยอมรับและจ่ายเงินให้คือพ่อและแม่ของผู้สอบ ผู้ทุจริต บางคนให้ข้อมูลว่าพ่อแม่เป็นคนจ่ายให้ บางครอบครัวขายที่ ขายนาเลย
เสียเงินเท่าไร?
สำหรับอัตราที่จ่าย ขึ้นอยู่กับว่า ผ่านนายหน้ามากี่ต่อ และความนิยมของหน่วยงานนั้น ๆ หรือคิดเป็นแพ็กเกจ เช่น พาสอบทั้งภาค ก และภาค ข ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 3-8 แสนบาท โดยจะมีการแบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ เช่น มัดจำ 2 แสน ผ่าน ก 1 แสน ผ่าน ข 2 แสน ได้บรรจุจ่ายที่เหลือ
ตำแหน่งที่เสี่ยงต่อการทุจริต มากที่สุด คือตำแหน่งที่รับวุฒิการศึกษา ได้ทุกวุฒิ เช่น ตำแหน่งนักจัดการ นักทรัพยากรบุคคล
โกงสอบได้อย่างไร?
ศูนย์สอบธรรมศาสตร์ระบุว่า ถ้าสมัยก่อนจะใช้วิธีพ่อไก่แม่ไก่ เหมือนในหนัง เอาคนเก่งเข้ามา แล้วส่งโพยให้ลอก อาจจะผ่านดินสอ หรือยางลบ หรือกระดาษก็ได้ แต่วิธีการนี้ปัจจุบันใช้ไม่ได้แล้ว เพราะข้อสอบมีหลายชุดและมีการกระจายคนไม่ให้สอบติดกัน
แต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กลุ่มขบวนการพัฒนาจาก “เครื่องส่งสัญญาณแบบสั่น” มาใช้อุปกรณ์ติดซิมโทรศัพท์ ส่วนใหญ่หน้าตาเป็นกล่องขนาดเล็กกว่ากล่องไม้ขีดไฟ
ปัจจุบันก็พัฒนาไปอีก เป็นติดอยู่ในบัตรคล้ายบัตรเครดิตหรือบัตรเอทีเอ็ม อุปกรณ์เหล่านี้บางกล่องต้องต่อลวดเพื่อคอยรับสัญญาณจากผู้ส่ง และจะมีหูฟังขนาดเม็ดถั่วดำฝังอยู่ในหูทั้งสองข้างของผู้สอบ
กลุ่มขบวนการมีวิธีการให้คนเก่ง หรือมือปืน หลายคนเข้ามานั่งสอบ แล้วรวบรวมข้อมูลส่งคำตอบไปให้คนนอกห้องสอบ ส่วนใหญ่จะมาเช่าหอพักใกล้สนามสอบ เพราะกลุ่มนี้ต้องเรียกผู้สอบเข้ามาสอนการใช้เครื่องมือรวมถึงการติดอุปกรณ์
คนที่อยู่ในห้องพักจะรวบรวมข้อมูลจากมือปืนที่แจ้งคำตอบในห้องสอบออกมา เพื่อรวบรวมทำโพยเฉลยชุดข้อสอบ บางงานสอบก็ทำสำเร็จ บางงานสอบก็ทำไม่สำเร็จครบทุกข้อเพราะข้อสอบมีหลายชุด
ช่วงเวลาของการส่งสัญญาณจะอยู่ที่ประมาณ 45 นาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลาสอบโดยผู้สอบจะเคาะขอสัญญาณ คนทำโพยก็จะคอยบอกคำตอบส่งเสียงมาตามหูฟัง หูฟังนี้จะถูกฝังอยู่ในรูหู เครื่องสแกนโลหะจะตรวจไม่พบ ส่วนกล่องหรือบัตรที่ใส่ซิมมือถือส่วนใหญ่กลุ่มผู้สอบทุจริตจะซ่อนอยู่ในเป้ากางเกงหรือซ่อนอยู่ใต้หน้าอกเพื่อไม่ให้เครื่องสแกนตรวจพบ
พิรุธจากการตอบผิดเหมือนกัน
ศูนย์สอบธรรมศาสตร์ยอรับว่า อาจจะตรวจจับอุปกรณ์ข้างต้นที่กล่าวไปไม่ได้ทั้งหมด แต่ใช้วิธีการตรวจจากผลเฉลยประกอบทุกครั้ง
ยกตัวอย่างเช่น ในแต่ละการสอบ โพยเฉลยจะไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่น ส่งสัญญาณมาได้ 98 ข้อ เป็นข้อที่ถูกต้อง 80 ข้อมีข้อผิด 18 ข้อ ศูนย์สอบก็ใช้ 18 ข้อนี้มาหาความน่าจะเป็น เพราะโอกาสที่ผู้สอบจะเลือกตอบผิดเหมือนกัน 18 ข้อเป๊ะ ๆ คือ 1 ใน 68,179 ล้าน หรือผิดเหมือนกัน 15 ข้อจาก 18 ข้อ ก็ยังเท่ากับ 1 ใน 3 ล้าน ซึ่งน้อยมากที่จะเป็นไปได้
รวมถึงการกลับไปตรวจตัวต้นฉบับข้อสอบและกระดาษคำตอบว่ามีรอยพิรุธหรือไม่
กลุ่มที่มีหลักฐาน ศูนย์สอบจะดำเนินคดี ส่วนกลุ่มที่ไม่มีหลักฐานที่ใช้การวิเคราะห์เอไอ ศูนย์สอบธรรมศาสตร์จะไม่ออกผลสอบให้ และพร้อมสู้คดีเพราะมีหลักฐานอื่น ๆ ประกอบไว้โดยตลอด ส่วนคดีที่หมดอายุความหรือมีการพิจารณาไปแล้วส่วนใหญ่จะไปฝังไว้กับรากมะม่วงในสวนสอบนี่แหละ
แฉเป็นอุทาหรณ์
ศูนย์สอบธรรมศาสตร์ยืนยันว่า ที่นำเรื่องนี้ออกมาแฉไม่ได้ต้องการให้คนนำไปเลียนแบบ เจตนาต้องการเป็นอุทาหรณ์ และเตือนหน่วยงานที่จัดสอบให้เฝ้าระวัง
ศูนย์สอบธรรมศาสตร์บอกว่า อาจไม่ใช่ศูนย์สอบที่ดีที่สุด หรือมีประวัติจัดสอบได้มากที่สุด แต่พวกตนคือ ”ศูนย์สอบที่จับทุจริตได้มากที่สุด“ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีรายชื่อเลขบัตรประชาชนกลุ่มบุคคลที่ทุจริต คาดว่าจะทุจริต เป็นญาติพี่น้องกับคนทุจริต อยู่เป็นร้อยรายชื่อ และใช้ตรวจสอบเฝ้าระวังในงานของหน่วยงานที่ธรรมศาสตร์เป็นผู้จัดอยู่
ศูนย์สอบบอกว่า ที่ผ่านมาแม้พบเจอการทุจริต ก็ได้ส่งเรื่องให้หน่วยงานต่าง ๆ หรือแม้แต่แจ้งดำเนินคดีเอง แต่ด้วยวิธีการทางราชการและทางกฎหมาย มันยังมีช่องโหว่อยู่เยอะ ให้หลุดรอดได้ อาจดำเนินการได้บ้างไม่ได้บ้าง
แต่ศูนย์สอบคาดหวังว่า อาจจะมีพรรคการเมืองหรือผู้แทนราษฎรช่วยเสนอกฎหมายลงโทษ ผู้ทุจริตการโกงการสอบเข้ารับราชการให้เป็นรูปธรรมมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยหากผู้มีอำนาจช่วยผลักดันหรือออกกฏหมายลงโทษผู้โกงการสอบจะเป็นผลประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะกับประชาชนคนธรรมดา