ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำกำลังเข้าจับกุม 3 สาวพนักงานเทศบาลแห่งหนึ่งใน จ.พิจิตร คาโต๊ะทำงาน ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม, ร่วมกันปลอม และใช้เอกสารราชการปลอม และมีไว้ ใช้ และใช้เบิกถอนเงินสด ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ”
พร้อมตรวจยึดของกลาง ใบแจ้งหนี้จากธนาคารต่าง ๆ ระบุชื่อบุคคลอื่น จำนวน 507 ฉบับ, บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดของบุคคลอื่น จำนวน 116 ใบ, สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของบุคคลอื่น จำนวน 35 ชุด และเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 2 เครื่อง
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ร่วมกันทำเอกสารปลอม โดยการตัดต่อรูปใบหน้าจากบัตรประชาชนของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ป่วย ผู้พิการ แล้วนำไปตกแต่งใส่เครื่องแบบข้าราชการ แล้วมาออกหนังสือรับรองเงินเดือนว่าผู้เสียหายเป็นข้าราชการในสำนักงาน พร้อมทั้งปลอมรายการเดินบัญชีว่ามีเงินหมุนเวียนหลายหมื่นบาท
จากนั้นได้ส่งข้อมูลไปยังพนักงานธนาคารฯ ขออนุมัติบัตรสินเชื่อเงินสด (บัตรเครดิต, บัตรกดเงินสด) ซึ่งเมื่อธนาคารฯ อนุมัติบัตรแล้ว ก็จะส่งบัตรกดเงินสดในนามของชาวบ้าน มาที่สำนักงานของเทศบาลที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนทำงาน จากนั้นผู้ต้องหาจะนำบัตรไปกดเงินสดออก นำไปใช้ส่วนตัว
ต่อมา ธนาคารตรวจพบว่า มีกลุ่มลูกค้าที่มีสถานที่ทำงานอยู่สำนักงานเทศบาลเดียวกันใน จ.พิจิตร จำนวนประมาณ 40 ราย ได้ยื่นขอสมัครสินเชื่อบัตรกดเงินสด พบข้อพิรุธ สงสัยว่าอาจมีการทุจริตในการขอสินเชื่อ จึงได้ตรวจสอบในพื้นที่ พบว่ากลุ่มผู้สมัครสินเชื่อส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่มีรายได้น้อย เป็นผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และไม่ได้เป็นผู้สมัครสินเชื่อดังกล่าว ทางธนาคารจึงแจ้งความดำเนินคดี นำมาสู่การจับกุม
พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ต้องหาอาศัยความใกล้ชิดและไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ หลอกว่ามีโครงการต่าง ๆ จากทางภาครัฐ และขอเอกสารสำคัญอย่างเช่นบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อไปดำเนินการรับสิทธิต่าง ๆ จากทางภาครัฐ
ขณะที่กลุ่มผู้ต้องหาจะใช้วิธีชำระหนี้อัตราขั้นต่ำเพื่อป้องกันไม่ให้ธนาคารตรวจจับความผิดปกติของบัญชี
สำหรับกลุ่มผู้ต้องหา ร่วมก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 67 เมื่อได้บัตรมาจะนำไปกดเงินสดออกมาจนเต็มวงเงินที่ได้ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 5 หมื่นบาท ความเสียหายที่พบในขณะนี้ประมาณ 2 ล้านบาท
จากการสอบสวน น.ส.นุชรีย์ หนึ่งในผู้ต้องหา ยอมให้การรับสารภาพว่า ต้องการหาเงินไปใช้หนี้นอกระบบ บางส่วนนำเอาไปเล่นพนันหวยออนไลน์ ส่วน น.ส.จุฬาพร และ น.ส.อมรรัตน์ ผู้ต้องหาอีก 2 คน ให้การปฏิเสธ
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝากเตือนภัยให้ประชาชนระมัดระวังในการมอบสำเนาบัตรประชาชน หรือเอกสารส่วนตัว ให้กับหน่วยงานหรือบุคคลอื่น ๆ โดยก่อนจะมอบเอกสารใด ๆ ขอให้สอบถามรายละเอียดการนำไปใช้งาน และพิจารณาให้ดีก่อนทุกครั้ง
หากมีความจำเป็นต้องมอบเอกสารส่วนตัวให้กับผู้อื่นเพื่อประกอบการทำธุรกรรมใดๆ ควรลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสารก่อนทุกครั้ง โดยควรขีดเส้นทแยงมุมบนสำเนาเอกสาร เขียนระบุวัตถุประสงค์ในการใช้งานให้ชัดเจน เช่น “ใช้เพื่อ…” พร้อมกับใส่เครื่องหมาย # หรือ * ปิดท้ายและหัวข้อความ ป้องกันการนำไปใช้ซ้ำหรือดัดแปลง เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และป้องกันการถูกมิจฉาชีพนำข้อมูลไปใช้