“วาสนา นาน่วม” วิเคราะห์แผนกัมพูชา เป้าหมายคือยึดสามเหลี่ยมมรกต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“วาสนา นาน่วม” เผยบทวิเคราะห์แผนการของกัมพูชา มองงว่าทุกสิ่งที่ทำมาตลอดหลายเดือน มีเป้าหมายคือเพื่อ “ยึดสามเหลี่ยมมรกต”

วันที่ 31 พ.ค. 68 “เล็ก-วาสนา นาน่วม” ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร โพสต์วิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา โดยมองว่า แผนการทั้งหมดของฝ่ายกัมพูชา มีเป้าหมายคือเพื่อยึด “สามเหลี่ยมมรกต” แบบเบ็ดเสร็จ

คุณวาสนาบอกว่า ชัดเจนแล้วว่า ที่กัมพูชาเผาศาลาตรีมุข แล้วเอากำลังเข้ามา พรึ่บ “มุมไบ” ในพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต รอยต่อสามแผ่นดินไทย-ลาว-กัมพูชา และล้ำมาถึง “ช่องบก” เข้าเขตดินแดนไทย เพราะมีแผนจะยึด “สามเหลี่ยมมรกต” นี่เอง

คอนเทนต์แนะนำ
โฆษก ทบ. แจง ปิดด่านไทย-กัมพูชาเมื่อจำเป็น-กระทบความมั่นคงเท่านั้น

วาสนา นาน่วม วิเคราะห์แผนกัมพูชา เป้าหมายคือยึดสามเหลี่ยมมรกต FB/Wassana Nanuam
วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโส โพสต์วิเคราะห์แผนกัมพูชา

รุกจุดที่ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน

นี่คงเป็นความตั้งใจของ สมเด็จ ฮุน เซน มายาวนาน และก็เป็นจริง ในยุคที่ พลเอก ฮุน มาเนต ลูกชาย เป็นนายกฯ และ พลเอก เตีย เซรยฮา ลูกชาย พลเอกเตียบันห์ คนเกาะกง เป็น รมว.กลาโหม ต่อจากพ่อ

ทหารกัมพูชารุกคืบเข้ามาทีละนิด ๆ จากเผาศาลาตรีมุข 28 ก.พ. 2568 เข้ามายึดพื้นที่ จนที่สุดก็ล้ำเข้ามายึดพื้นที่รอยต่อถึง 650 เมตร แล้วก็เข้ามาที่แนวต้นพญาสัตบรรณ ที่เป็นสัญลักษณ์เขตไทย และตั้งฐานทหาร ด้วยการเอารถแทรคเตอร์เข้ามาขุดคูเลต ยึดพื้นที่

ต่อมาเมื่อทหารไทยรู้ ก็เข้ามา เพื่อที่จะเจรจาให้ทหารกัมพูชาออกไป แต่ทหารกัมพูชาโค่นต้นไม้ มาขวางทางเข้าสู่พื้นที่ ทำให้ทหารไทยถอยออกมาก่อน เพราะไปกันแค่ไม่กี่คน

จากนั้น มีการประสานกันในระดับพื้นที่ แจ้งให้กัมพูชาถอนกำลังออกไป แต่กัมพูชา ไม่ตอบสนอง ยืนยันว่า เป็นดินแดนกัมพูชา

ไม่ใช่แค่ไม่หยุด แต่ทหารกัมพูชา ยังรุกทางแนวข้างและลึกเข้ามา จนมายึดเนิน 745 อย่างที่เราเห็นภาพ จนทหารไทยไปเจรจาให้ถอยออกไป ซึ่งจุดนี้ ทหารกัมพูชา (ทำที) ว่ายอมถอยออกไป

ทหารไทยบอกให้มากลบคูเลตที่ขุดไว้ให้กลับเป็นเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่า กัมพูชามากลบคูหรือยัง แต่มีรายงานว่า ทหารกัมพูชายังไม่ยอมไปไหนไกลจากเนิน 745 เล็งที่จะเข้ามายึดได้เสมอ

ไม่แค่นั้น ทหารกัมพูชาล้ำแดนเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย ล้ำพิกัด 48PWA ที่เป็นดินแดนไทย ไม่ใช่พื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อน เบื้องต้นล้ำเข้ามาถึง 150 เมตร และยังพยายามเข้ามาอีก และไม่สนคำเตือนของทหารไทยที่ให้ออกไปจากดินแดนไทย

จนนำมาซึ่งเหตุปะทะ 28 พ.ค. 2568 ที่ทหารไทยนำกำลังเข้าไปแจ้งให้ออกจาก ดินแดนไทย จนฝ่ายทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงใส่ทหารไทยก่อน จึงต้องมีการป้องกันตนเอง และยิงตอบโต้ ส่งผลให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 และบาดเจ็บ 2 นาย สาหัส 1 ที่มีรายงานว่า เสียชีวิตเพิ่ม 1 สังเวยการล้ำแผ่นดินไทย

การเจรจาก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการ?

จนฝ่ายกัมพูชาขอเจรจา แต่สั่งเสริมกำลัง ซึ่งเดิมฝ่ายไทยพยายามยื้อเวลา กำหนด 31 พ.ค. 2568 แต่ฝ่ายกัมพูชาเร่ง จนนัด 29 พ.ค. ที่ด่านช่องจอม สุรินทร์

หลังจากที่ระดับผู้นำรัฐบาลและผู้นำทหารคุยกัน  พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. คุยผ่าน VTC กับ พล.อ. เมา โซะพัน รองผบ.ทหารสูงสุด-ผบ.ทบ. กัมพูชา ในวันปะทะ

จากนั้นกัมพูชาก็ทำตามแผนที่วางไว้มายาวนาน พล.อ. เมา โซะพัน รองผบ.ทหารสูงสุด-ผบ.ทบ. กัมพูชา ประกาศบนโต๊ะเจรจา ยืนยันไม่ถอนกำลัง เพราะทหารเขาอยู่มาตั้งแต่ก่อนมี MOU 2543

พร้อมออกแถลงการณ์ 4 ข้อ โดยข้อ 4 ประกาศไม่ถอนทหาร ด้วยเหตุผลดังกล่าว  และตบท้ายว่า ผบ.ทบ. สองชาติได้ตกลงและยอมรับในข้อตกลงนี้แล้ว ที่เสมือน เป็นการมัดมือชกว่า ไทยรับรองการประกาศดินแดนของกัมพูชา

กองทัพบกไทยออกแถลงการณ์ตามมา ซึ่งก็ควรจะบอกว่า นั่นไม่ใช่แถลงการณ์ร่วม แต่เป็นแถลงฝ่ายเดียวของกัมพูชา แต่กลับไม่ย้ำในเรื่องดินแดนไทยแต่อย่างใด

แม้ทหารกัมพูชาจะยอมถอย ก็เฉพาะออกจากจุดปะทะ 28 พ.ค. แต่กำลังทหารที่ล้ำแดนไทยนั้นยังไม่ยอมถอนกำลังออกไป

จากนั้น ทั้ง สมเด็จ ฮุน เซน รวมทั้ง นายกฯ ฮุน มาเนต และ รมว.กลาโหม ดาหน้าออกมายืนยันว่า เป็นดินแดนกัมพูชา และสั่งระดมกำลังทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์เต็มอัตราศึกเข้ามาเสริม

ที่ สมเด็จ ฮุน เซน ขู่จะยิงเครื่องบินรบไทย คาดว่าอ้างถึงปืนใหญ่อัตตาจร ล้อยาง PCL- 09 ปืน 155 มม. “SH-1” ที่เพิ่งซี้อมาจากจีน ระยะยิงไกล 27-53 กม.

สมเด็จ ฮุน เซน ประกาศว่า พื้นที่ี “สามเหลี่ยมมรกต” เป็นของกัมพูชามานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนข้อตกลงปารีส ก่อนบันทึกความเข้าใจปี 2000 UNTAC อาจให้การเป็นพยานได้

ฮุนเซนทำตามแผน คือ ท้าไทยขึ้นศาลโลกที่กรุงเฮกอีกครั้ง หากยังไม่ชัดเจน กัมพูชาและไทยสามารถตกลงกันนำเรื่องนี้พร้อมแผนที่อย่างเป็นทางการที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในกรุงเฮกเพื่อยุติเรื่องนี้

พร้อมโชว์ภาพถ่ายที่ศาลาตรีมุขที่ถ่ายกับ มาดาม บุนรานี ภรรยา ถ่ายไว้เมื่อกว่า 15 ปีที่แล้ว เป็นหลักฐานชัดเจน เพราะสวมเครื่องแบบทหารไปถ่ายรูปในดินแดนไทย หรือลาว ในบริเวณนั้นได้

ดังนั้น กัมพูชาไม่สามารถถอนทหารออกจากดินแดนของตนเองตามคำขอของฝ่ายไทยได้

ซึ่งความจริงแล้ว ศาลาตรีมุขนั้นใครก็มาถ่ายรูปได้ เพราะเป็นพื้นที่รอยต่อ ไทย-ลาว-กัมพูชา แค่ฝ่ายไทยออกงบในการสร้าง ทหารไทยต้องแบกปูนทรายไม้ไปสร้าง เพื่อให้เป็นจุดนัดพบกันของทหาร 3 ชาติ เมื่อลาดตระเวนมานัดเจอกัน หรือพัฒนาสัมพันธ์ และใกล้ฝั่งกัมพูชามากกว่า ชาวกัมพูชาเดินทางถ่ายรูปได้ปกติ จะสวมชุดอะไรก็ได้ ไม่มีใครห้าม เพราะไม่ใช่พื้นที่ประเทศไทย

ยึดสามเหลี่ยมมรกตเบ็ดเสร็จ

ก่อนที่ทางการกัมพูชาจะบล็อกผู้ใช้งานที่ใช้อินเตอร์เน็ตจากประเทศไทย เข้าดูเพจของ สมเด็จ ฮุน เซน ทำให้ผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทยไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะ ฮุน เซน ระบุว่า คนไทยเข้าไปป่วนเพจของตนเอง

เหตุที่ สมเด็จ ฮุน เซน ประกาศเช่นนี้ เพราะกัมพูชายึดสามเหลี่ยมมรกตสำเร็จแล้ว ตั้งฐานที่มั่นทางทหารแล้ว และยังจัดตั้ง Morakot Forces ขึ้นมาดูแลยุทธบริเวณมรกตนี้ เพิ่มเติมจากที่มีกำลังทหารใน 3 ยุทธบริเวณในการดูแลปราสาทเขาพระวิหาร และพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนกับไทย 4.6 ตร.กม. ขณะที่ ฝ่ายไทย นั้น กองกำลังสุรนารีมี ฉก.1 และ ฉก.2 ดูแลพื้นที่

วันนี้ มีคำตอบแล้วว่า สมเด็จ ฮุน เซน ที่เป็นทหารเก่า ผ่านมาสมรภูมิรบมาแล้ว วางแผนยึด “สามเหลี่ยมมรกต” โดยลากเส้นพื้นที่เข้ามาถึงดินแดนไทย

นี่เป็นการต่อจิ๊กซอว์ให้เห็นภาพแล้วว่า ที่ทหารกัมพูชาเคลื่อนไหวมาตลอดหลายเดือนนั้น เป้าหมายคือ ยึดสามเหลี่ยมมรกต

แต่ปัญหาคือ ล้ำเข้ามาในเขตไทยด้วย

ไทยต้องอ่านเกมให้ออก

ตอนนี้ ทหารไทยต้องอ่านเกม ต่อจิ๊กซอว์ภาพเต็มให้ได้ก่อนว่า จากนี้ ทหารกัมพูชาจะทำอะไรต่อ ยึดจุดไหน ด้วยวิธีเดิม ๆ ที่ทำมาตลอดกว่าครึ่งศตวรรษ จนยึด ปราสาทเขาพระวิหารไปได้ในปี 2505 วันที่ทหารไทยต้องถอนธงไทยเดินลงจาก ปราสาทเขาพระวิหาร

แผนของกัมพูชา คือ ให้มีการสู้รบและก็ฟ้องศาลโลก เหมือนการสู้รบปี 2554 ที่ทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงใส่ทหารไทยที่ไปสร้างถนนขึ้นวัดแก้วฯ แข่งกับกัมพูชา หลังจากที่เตือนให้ทหารกัมพูชาหยุดสร้างถนน แล้วไม่ยอมหยุด ทหารไทยจึงเร่งสร้างถนนขึ้นจากฝั่งไทยบ้าง ทหารกัมพูชาก็ยิงใส่ ก่อนที่จะทำให้เกิดการสู้รบยิงกันตลอดแนว

จากนั้น เม.ย. 2554 กัมพูชาก็หมายจะยึดพื้นที่โดยรอบของปราสาท ในพื้นที่ 4.6 ตร.กม. ด้วยวิธีเดิม นำเรื่องฟ้องศาลโลกอีก แต่ยังดีที่ศาลให้อยู่ร่วมกัน พัฒนาพื้นที่ด้วยกัน และกำหนดพื้นที่ปลอดทหาร ใช้กำลัง ตชด. แทน แต่ก็มีรายงานว่า เอาทหารกัมพูชามาแต่งชุดตำรวจก็มี จากนั้นรัฐบาลไทยก็ประกาศไม่รับอำนาจศาลโลกอีกต่อไป

มาครั้งนี้ ทหารกัมพูชายั่วยุทหารไทยมานานหลายเดือน แต่ทหารไทยอดทนสูง ทหารกัมพูชาจึงใช้วิธีการล้ำแดนไทย และรู้ว่าทหารไทยต้องมาใช้กำลังทหารกดดัน จนเกิดเหตุปะทะ 28 พ.ค. 2568 นั่นเอง

ฝ่ายกัมพูชาเล่นใหญ่ เรียกร้องเจรจาทันที แม้จะเป็นการปะทะเล็ก ๆ จนทำให้ ผบ.ทบ. 2 ชาติ มาขึ้นโต๊ะเจรจา

กัมพูชาทำตามแผน ไม่ยอมถอนทหาร และออกแถลงการณ์ยืนยัน ก่อนที่ สมเด็จฮุน เซน จะออกมาท้าให้ขึ้นศาลโลกอีกครั้ง

รอดูการตัดสินใจของรัฐบาล นายกฯ และ รมว.กลาโหม และ ผู้นำกองทัพ ว่า จะปล่อยไปแบบนี้ ให้ทหารกัมพูชายึดดินแดนไทยต่อไป ปล่อยนานไป กัมพูชายิ่งเสริมแกร่ง การใช้กำลังทหารเข้าตีเพื่อยึดคืนจึงไม่ง่าย และอาจตามมาซึ่งการสู้รบอีกครั้ง

หลังปะทะ 2 วันติด ช่วงเช้า ทหารกัมพูชารัวยืงปืนราว 20 นัดมาทางฝั่งทหารไทย ราวกับต้องการเช็กว่า ทหารไทยถอยจากแนวไปหรือยัง ซึ่งทหารไทยใช้ความอดทนอย่างมาก ในการที่จะไม่ยิงตอบโต้ไป เพราะวันแรกรอการเจรจาในช่วงบ่ายของ ผบ.ทบ. 2 ชาติ ส่วนวันรุ่งขึ้นก็มีข้อตกลงจากที่ประชุมฯ แล้วเพราะทหารไทยมีวินัย

หากพูดตามข้อเท็จจริง พื้นที่สามเหลี่ยมมรกตนั้นไม่ใช่พื้นที่ของไทย เพราะเดิมเป็นพื้นที่ร่วมในการประสานงานของทหาร 3 ชาติ ที่ลาดตระเวนและพัฒนาสัมพันธ์ มานัดเจอกันที่ศาลาตรีมุข แล้วก็แยกย้าย กลับดินแดนของตนเอง ทหารกัมพูชาจะยึด ก็ยึดไป

แต่ดินแดนไทย 150 เมตรที่ล้ำเข้ามา แม้จะเป็นป่าเขา แต่ทหารไทยใช้เลือดและชีวิตรักษาไว้จนมาถึงรุ่นเรา เรามีหน้าที่ต้องรักษาไว้ ต่อให้แค่ตารางนิ้วเดียวก็ตาม ทหารกัมพูชา ต้องถอนกำลังออกไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ