สาวหน้าห้องนายอำเภอแสบ สวมสิทธิ์กู้เงินกองทุนหมู่บ้าน เชิดเงินหนี 3 ล้าน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ชาวบ้านที่บุรีรัมย์บุกที่ว่าการอำเภอ หลังสาวหน้าห้องนายอำเภอ สวมสิทธิ์ชาวบ้านแอบกู้เงินกองทุนหมู่บ้าน เชิดเงินไปกว่า 3 ล้านบาท

ชาวบ้าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ กว่า 50 คน ลงทุนเหมารถสองแถวจาก อ.บ้านด่าน เดินทางไปที่หน้าที่ว่าการอำเภอคูเมือง จ.บุรีรัมย์ ยื่นหนังสือร้องเรียนและขอความเป็นธรรมทวงเงินคืนจาก นางสาว ป. (นามสมมุติ) เหรัญญิกของกองทุนหมู่บ้านโนนสวรรค์ ที่ปัจจุบันย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสมียนตราของ อ.คูเมือง โดยชาวบ้านระบุว่า นางสาว ป. มีพฤติกรรมโกงเงินทุนหมู่บ้านมากว่า 3.6 ล้านบาท

คอนเทนต์แนะนำ
ข่าวเศร้า! “น้องการ์ตูน” จากไปแล้ว หลังต่อสู้คดีรถชนมายาวนาน

สาวหน้าห้องนายอำเภอแสบ สวมสิทธิ์กู้เงินกองทุนหมู่บ้าน เชิดเงินหนี 3 ล้าน รายการโชว์ข่าวเช้านี้
ชาวบ้านรวมตัวร้องเรียน สาวหน้าห้องนายอำเภอสวมสิทธิ์กู้เงินกองทุนหมู่บ้าน

ชาวบ้านที่เป็นผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า นางสาว ป. เคยรับตำแหน่งเหรัญญิกของกองทุนหมู่บ้านโนนสวรรค์ตั้งแต่ปี 2540 ถึงวันที่ 10 ต.ค. 2562 ก่อนจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการใหม่ขึ้นมา แต่ น.ส.ป. ไม่ยอมให้เอกสารใด ๆ กับคณะกรรมการชุดใหม่ และยังทำหน้าที่เป็นเหรัญญิกตามเดิม

ระหว่างที่ นางสาว ป. ดำรงตำแหน่ง มีพฤติกรรมสวมสิทธิ์ชาวบ้านแอบกู้เงินเพิ่ม เช่นชาวบ้านมากู้เงินกับกองทุนฯ 20,000-30,000 บาท นางสาว ป. จะทำเรื่องกู้เพิ่มเป็น 50,000-100,000 บาท แล้วนำเงินส่วนต่างไปใช้ส่วนตัว ในขณะที่ชาวบ้านบางคนไม่เคยกู้เงินกองทุน แต่กลับไปพบชื่อว่าเป็นกู้เงิน

ชาวบ้านได้ไปแจ้งความเอาผิดแล้วที่ สภ.บ้านด่าน แต่เรื่องก็เงียบ ขณะที่ตัว นางสาว ป. ก็ท้าทายชาวบ้านว่า ถ้าอยากได้เงินคืนให้ฟ้องร้องเอาเอง

ชาวบ้านบอกว่า "ตาสีตาสายากจน ไปเอาเอกสารเขา ของสำคัญเขาไปกู้เงินได้ยังไง ซึ่งชาวบ้านเขายังไม่รู้เลยว่าทำไมเขากู้เงินตั้ง 50,000 บาท แต่จริง ๆ เงินเข้าบัญชีเขาแค่ 20,000 บาท แล้วจะให้ชาวบ้านเขามาเสียเงินส่วนต่าง มันเป็นไปไม่ได้หรอกพี่"

ชาวบ้านเสริมว่า "เขาไม่รับผิดชอบเลย เขามีแต่บอกว่าไปฟ้องศาล จะให้กรรมการเขามาเสียเงิน พี่คิดดู แม่หนูเป็นกรรมการ ขนาดไปถอนเงิน แม้กระทั่งเงินยังไม่เห็นกับเขา /เขาเก็บไว้หมด / เขาเอาเอกสารมาให้แม่เซ็น แต่เวลาไปเอาเงินเขาไปเอาอยู่เคาน์เตอร์ แล้วก็ยัดใส่กระเป๋าเขาเลย ไม่มีใครรู้เลย"

ชาวบ้านบอกว่า ที่เดินทางมาครั้งนี้ เพราะแต่ละคนมีแต่ความเจ็บช้ำน้ำใจอย่างมาก เนื่องจากกองทุนหมู่บ้านแห่งนี้เคยเริ่มต้นจากเงินทุนล้านแรก และมีการบริหารจัดการจนเติบโตมีเงินดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นรวมกว่า 3.6 ล้านบาท จนธนาคารเคยชื่นชมว่ามีการบริหารเงินที่ดี

ชาวบ้านจึงวิงวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยชาวบ้านไม่หวังเงินส่วนที่เหลืออีก 2.6 ล้านบาท แต่ขอเพียงเงินทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาทคืนมา เพื่อจะนำไปเริ่มต้นใหม่กันเอง ส่วนที่เหลือจะถือว่าอุทิศส่วนกุศลให้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ