เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานความมั่นคง เช่น ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดีของกองกำกับการ 9 กองบังคับการฝึกพิเศษ ค่ายท่านมุก ร่วมกับ ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่5 ทหารจากศูนย์ฝึกยุทธวิธี อ.นาทวี มณฑลทหารบกที่ 42 ฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา ตำรวจภูธรสะเดา ร่วมกันตรวจสอบโดรนขนาดใหญ่ จำนวน 2 ลำ ซึ่งถูกนำไปฝังดินไว้บริเวณชายป่าริมถนนมอเตอร์เวย์ เส้นทางไปด่านศุลกากรแห่งใหม่สะเดา พื้นที่หมู่ 2 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา
ห่างจากเขตแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ประมาณ 2 กม.ซึ่งชาวบ้านที่เลี้ยงวัวไปพบหลุมต้องสงสัยที่ขุดฝังกลบใหม่ จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านเพราะสงสัยว่าอาจเป็นหลุมศพหรือมีการซุกซ่อนยาเสพติด เพื่อเก็บวัตถุพยานและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อไปตรวจหาดีเอ็นเอไว้เป็นพยานหลักฐาน
จากการตรวจสอบตัวเครื่องของโดรนทั้งสองลำซึ่งมีลำใหญ่ 1ลำและเล็กลงมาอีก1 ลำ พบว่า ถูกขูดหมายเลขเครื่องออก โดยสมรรถนะของโดรนทั้งสองลำสามารถบินได้ 40-45 นาที ใช้ขนของหนักได้ราว 20-30 กิโลกรัม และบินไกล 10-20 กิโลเมตร
คาดว่าน่าจะใช้เป็นโดรนสำหรับลำเลียงยาเสพติด โดยลำใหญ่ใช้บรรทุกยาเสพติด ส่วนลำเล็กน่าจะใช้สำรวจเส้นทางซึ่งสอดคล้องกับการลงพื้นที่หาข่าวจากชาวบ้านในพื้นที่พบว่าพบโดรนบินข้ามไปมาระหว่างแนวพรมแดนไทยกับมาเลเซียมาสักพักโดยบินในช่วงเช้ากับช่วงเย็น
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทยมาเลเซียกำลังเร่งหาเบาะแสของผู้ที่นำโดรนทั้งสองลำมาฝังดินไว้ เพื่อเรียกตัวมาสอบสวนแต่เชื่อว่าถูกนำมาใช้ทางผิดกฏหมายอย่างแน่นอน