ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 6 หรือ JBC เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา แม้การเจรจาจะเรียบร้อยแล้ว แต่ฝั่งกัมพูชา ชิงประกาศในช่วงบ่ายวันเดียวกันว่า ทั้งไทยและกัมพูชายอมรับแผนที่ 1:200,000 และยืนยันนำเรื่องพื้นที่พิพาทขึ้นสู่กระบวนการศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก ก่อนที่ช่วงดึก ทางการไทยจะตอบโต้ว่าไม่มีการเจรจาเรื่องนี้ พร้อมแสดงความผิดหวังต่อท่าทีของกัมพูชา ทำให้การแสดงออกถึงจุดยืนทั้ง 2 ฝ่าย มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
โดยฝั่งไทย ยังต้องการใช้ในกลไกการเจรจาแบบทวิภาคีระหว่าง 2 ประเทศ เช่น GBC RBC และการประชุมผู้ว่าจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา โดยไม่ต้องพึ่งพาบุคคลที่ 3 และไม่ยอมรับเขตอำนาจของศาลโลก
พร้อมกับไม่สนับสนุนการที่กัมพูชายื่น 4 พื้นที่พิพาทไปให้ศาลโลก (ICJ) พิจารณา พยายามใช้การหารือผ่านกลไกการประชุม JBC เพื่อหาทางออก และใช้แผนที่ตามมาตราส่วน 1:50,000 ยึดหลักสันปันน้ำ
ส่วนฝ่ายการเมืองพยายามย้ำแนวทางการเดินหน้าด้วยสันติวิธี โดยกลไกเจรจาเป็นไปโดยความจำเป็นตามหลักการป้องกันตัวจากการที่ถูกฝ่ายกัมพูชาโจมตีก่อน
ขณะที่ฝั่งกัมพูชา ประกาศชัดเจนว่า ต้องการให้มีบุคคลที่ 3 คือ ศาลโลก มาตัดสินปัญหาชายแดนระหว่าง 2 ประเทศ แม้จะมีกลไก JBC แต่กัมพูชาไม่เชื่อมั่นว่าจะนำไปสู่ทางออกได้ แม้ฝ่ายไทยจะไม่ยอมรับขอบเขตอำนาจของศาลโลกก็ตาม โดยเตรียมยื่น 4 พื้นที่พิพาทไปยังศาลโลก ได้แก่ สามเหลี่ยมมรกต, ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย
โดยกัมพูชา ยังยึดแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ตามเจตนารมณ์ของอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยามปี 1904 และอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยามปี 1907 ในยุคล่าอาณานิคม เพื่อดำเนินการปักปันเขตแดนและงานปักปันเขตแดน พร้อมประกาศไม่ยอมรับแผนที่ที่ฝ่ายไทยวาดขึ้นโดยฝ่ายเดียว