วันที่ 9 ก.ค.2568 พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากข้อมูลโทรศัพท์มือถือของ “สีกา ก.” ก็พบหลักฐานจำนวนมาก วันนี้ตำรวจ บก.ปปป. จึงได้เข้าดำเนินการด้านวินัยสงฆ์กับพระที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นสิ่งแรกก่อนที่จะบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้พระสำนึกในตัวเอง และไม่ทำให้ศาสนามัวหมอง วันนี้ไป 3 จุด โดยพระผู้ใหญ่วัดพระพุทธฉาย และพระผู้ใหญ่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งทั้ง 2 รูปยอมสึกแต่โดยดี ให้ข้อมูลไม่ปกปิดอะไร และตำรวจจะมีการเรียกสอบปากคำเพิ่มเติมในภายหลัง
ส่วนพระผู้ใหญ่วัดโสธรฯ จังหวัดฉะเชิงเทรา ตำรวจยังไม่สามารถเข้าพบได้ และปิดโทรศัพท์มือถือ ตอนแรกเขื่อว่าน่าจะอยู่ในพื้นที่ไปทำกิจนิมนต์ แต่เมื่อตำรวจไปประสานงาน ก็อ้างว่าจะเข้ามา แต่ก็ไม่เข้า จึงฝากไปถึงท่านว่า อย่างไรท่านก็หนีความจริงไม่พ้น และควรพิจารณาตัวเอง
ส่วนหลังจากนี้ตำรวจก็ต้องสืบสวน ขยายผลเรื่องเส้นทางการเงินต่อ แต่เบื้องต้นพระทุกรูปพบว่ามีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับสีกากอล์ฟ เป็นยอดเงินที่มากพอสมควร แต่จะเป็นการทุจริตเงินวัดหรือไม่นั้น ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ
ส่วนจะมีนอกเหนือจากพระ 3 รูปนี้อีกหรือไม่ บอกได้เพียงว่าตำรวจมีงานที่ต้องทำต่อเนื่อง แต่บอกรายละเอียดไม่ได้ เป็นเรื่องที่ตำรวจต้องสืบสวนต่อ และต้องดำเนินการเพื่อทำให้สถาบันศาสนามีแต่พระที่อยู่ในศีลในธรรม ยืนยันตำรวจไม่ได้ต้องการไปทำลายพระพุทธศาสนา แต่ฝากไปถึงพระสงฆ์ทั่วประเทศ ว่าท่านก็ต้องระมัดระวังการทำกิจนิมนต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสีกาที่จะเข้ามา ไม่ว่าจะในรูปของการทำบุญทีละมากๆ เป็นเศรษฐีนี หรือไฮโซ แต่อีกภาคก็อาจจะเป็นมิจฉาชีพเข้ามาหลอกให้ท่านตายใจ เชื่อใจ พูดคุยทางไลน์ ทางโทรศัพท์ และอัดคลิปเก็บไว้ หากตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เรื่องก็จะไม่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามพฤติการณ์ของ “สีกา ก.” ที่มีความสัมพันธ์กับพระสงฆ์นั้น ยอมรับว่าไม่มีกฎหมายที่จะไปเอาผิดสีกา แต่ “สีกา ก.” มีการถ่ายคลิปไม่ให้เห็นตัวเอง เห็นแต่พระ และเน้นให้ได้ยินเสียงกิจกรรมที่ทำกันว่าทำอะไร เพื่อนำมาเป็นหลักฐานในการแบล็คเมล์เรียกเงินจากพระ ไม่ว่าจะเป็นคลิปเซ็กซ์โฟน หรือโชว์วาบหวิวต่างๆ ซึ่งก็มีทั้งพระที่รู้ตัวว่าถูกถ่ายคลิป แต่บางรูปก็ไม่รู้ตัว ซึ่งอันตรายมาก จึงขอเตือนพระทั่วประเทศ อย่าคุยโทรศัพท์กับสีกา หรือเฟซไทม์ เพราะความสัมพันธ์จะเดินหน้าไปเรื่อยๆ จนทำให้เกิดความเสียหายได้