"พระเมธีวัชรบัณฑิต" แจงปมปรากฎชื่อพัวพัน "สีกา ก." ไม่เป็นความจริง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"พระเมธีวัชรบัณฑิต" แจงปมปรากฎชื่อพัวพัน "สีกา ก." ไม่เป็นความจริง เณรเผย พระที่พัวพันสีกา ก. ใช้ชื่อจำวัดตามใบสุทธิ ตัวไม่เคยอยู่จริง ไม่พูดคุยสุงสิงกับใคร

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ก.ค. 68 ที่วัดใหม่ยายแป้น จากกรณีที่พระเมธีวัชรบัณฑิต หรือเจ้าคุณหรรษา เจ้าอาวาสวัดใหม่ยายแป้น ปรากฎชื่อไปพัวพันกับ "สีกา ก." ซึ่งไม่เป็นความจริง โดยวันนี้เจ้าคุณหรรษา ได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเริ่มต้นการแถลงข่าวด้วยการเทศนาธรรมในวันอาสาฬหบูชา ด้วยการยกธรรมะเรื่องการสื่อสารที่ถูกต้องของหลักสัมมาวาจามานำเสนอ

คอนเทนต์แนะนำ
ไร้กฎหมายเอาผิด “สีกา ก.” ถ่ายคลิปเน้นแบล็กเมลพระ เซ็กซ์โฟน-โชว์วาบหวิว!

"พระเมธีวัชรบัณฑิต" แจงปมปรากฎชื่อพัวพัน "สีกา ก." ไม่เป็นความจริง สตริงเกอร์ กทม.
"พระเมธีวัชรบัณฑิต" แจงปมปรากฎชื่อพัวพัน "สีกา ก." ไม่เป็นความจริง

จากนั้นก็เริ่มเล่าว่า อาตมาเพิ่งกลับจากปฏิบัติภารกิจที่ยุโรปมาได้ 2-3 วัน จากนั้นเมื่อคืนที่ผ่านมา ประมาณ 4 ทุ่ม พระซึ่งบวชมาด้วยกันที่วัดชนะสงคราม ก่อนจะย้ายมาจำวัดที่วัดใหม่ยายแป้นเมื่อปี 2564 นับถือกันเป็นพระพี่พระน้อง ได้โทรฯ ทางไลน์มาบอกว่า

"หลวงพี่ ผมพลาดไปแล้ว ไปปฏิบัติศาสนกิจของสีกา ก. เมื่อปี 2559 ได้สนทนาธรรมกัน และดื่มน้ำปานะที่สีกา ก. นำมาถวาย ก่อนจะไม่รู้สึกตัว มารู้สึกตัวอีกที ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว" จากนั้นหลังวางสายไป

ประมาณ 20 นาทีต่อมา พระท่านนั้นก็ส่งข้อความไลน์มาบอกว่า "หลวงพี่ครับ ผมลาสิกขาเรียบร้อยแล้วนะครับ" อาตมาจึงได้ส่งแถลงการณ์ของวัดเพื่อแก้ข่าวที่ถูกโยงกับสีกา ก. ไปให้พระท่านนั้นดู พระท่านนั้นจึงได้ตอบกลับว่า "หลวงพี่ ผมขออภัยด้วยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้" จากนั้นอาตมาก็ได้ให้กำลังใจ เพราะถือว่าได้รับผิดชอบการกระทำด้วยการปาราชิกแล้ว

ส่วนรายละเอียดว่าน้ำที่ดื่มผสมสารใดหรือไม่นั้น พระท่านนั้นไม่ได้บอกรายละเอียด และไม่ได้เล่าว่าสีกา ก. ถ่ายคลิปมาแบล็คเมล์หรือไม่ เรื่องส่วนตัวของพระท่านนั้น อาตมาจึงไม่ทราบเลย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คุยกันเมื่อคืน อาตมาก็ไม่สามารถติดต่อพระท่านนั้นได้อีกเลย และไม่มีใครพบเจอ ไม่ทราบว่าไปสึกที่ใด และไม่ได้มีภาพปรากฎว่าสึกกับพระรูปใด มีเพียงข้อความที่พระท่านนั้นส่งมา ซึ่งอาตมาก็พยายามส่งข้อความไปสอบถามเพิ่มเติม แต่ก็ยังไม่มีการตอบกลับ

สำหรับ พระท่านนั้น ยืนยันว่าเป็นเพียงพระลูกวัด ไม่ได้มีตำแหน่งอะไรในวัด และไม่ได้เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส เพราะยังไม่มีการแต่งตั้ง แต่ถือเป็นพระที่มีความสามารถ มีตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ นำหน้า และมักจะปฏิบัติกิจนิมนต์นอกวัด เช่น เป็นอาจารย์ สอนและบรรยายธรรม ให้คำปรึกษาด้านวิทยานิพนธ์ ทำให้ 3-4 เดือนอาตมาจะได้เจอหน้าพระท่านนั้นสักที จึงไม่ทราบพฤติกรรมส่วนตัว หรือความสัมพันธ์กับสีกา ก.

ซึ่งเมื่อข้อเท็จจริงปรากฎว่าพระที่มีความสัมพันธ์กับสีกา ก. คือ พระท่านนั้น อาตมาก็ไม่ได้ช็อก เพียงแต่เสียดายตำแหน่งศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ของท่าน เพราะหากท่านยังเป็นพระอยู่ ก็คงทำประโยชน์ให้พุทธศาสนาได้อีกมากมาย อย่างไรก็ตามเมื่อปาราชิกแล้ว ก็จะไม่สามารถกลับมาบวชได้ เปรียบเสมือน "ตาลยอดด้วน"

"พระเมธีวัชรบัณฑิต" แจงปมปรากฎชื่อพัวพัน "สีกา ก." ไม่เป็นความจริง สตริงเกอร์ กทม.
"พระเมธีวัชรบัณฑิต" แจงปมปรากฎชื่อพัวพัน "สีกา ก." ไม่เป็นความจริง

ส่วนกรณีที่อาตมาถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับสีกา ก. ก็ยืนยันว่าไม่รู้จักสีกา ก. เป็นการส่วนตัว สีกา ก. ไม่เคยมาที่วัดใหม่ยายแป้น กล้องวงจรปิดในวัดยืนยันได้ ซึ่งเมื่อข่าวออกมา ตัวอาตมาเองไม่มีอะไรต้องเสีย ห่วงก็แต่ชื่อเสียงของวัด ที่ญาติโยมและลูกศิษย์รู้สึกไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้อาตมาออกมาชี้แจง และตอนนี้อาตมาก็ไม่ได้ติดใจเอาความกับสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าว เพราะหลักฐานปรากฎชัดแล้วว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง อีกทั้งสื่อสำนักดังกล่าวก็ได้ขอโทษสำนึกผิดแล้ว จบแล้วก็คือจบ

ทั้งนี้ อาตมายอมรับว่าพระที่วัดผิดพลาดจริง และอาตมาก็ยากจะปฏิเสธความรับผิดชอบ จึงอยากขอโทษญาติโยมที่อาตมาเป็นเจ้าอาวาสแล้วไม่ได้กำชับพระในวัดให้ดี ขอโทษศาสนิกชน ขอโทษพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มอบความไว้วางใจให้ตนเองมาดูแลวัด แต่กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

ด้าน สามเณรผู้ติดตามพระเมธีวัชรบัณฑิต บอกว่า เจอพระท่านนั้นล่าสุดเมื่อวานนี้ ตอนประมาณ 6 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม ก็ยังเป็นพระอยู่ และทำหน้าตาปกติ ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน ไม่เห็นเก็บข้าวของอะไรออกไป เห็นแต่ท่านนั่งรถส่วนตัวออกจากวัดไปกับคนขับรถ จากนั้นก็ไม่เห็นอีกเลย ท่านไม่ได้กลับมาจำวัด และตนเองไม่เห็นตอนท่านสึก ทราบเพียงว่าไลน์ไปบอกเจ้าอาวาสว่าสึกแล้ว ส่วนชาวบ้านก็มีคนบอกว่าช่วง 3 ทุ่ม ก็ยังเห็นพระท่านนั้นอยู่ที่วัด ส่วนคนขับรถที่ไปกับพระท่านนั้นก็ไม่เห็นกลับมาที่วัดอีกเลย

ทั้งนี้ ปกติแล้วจะเจอพระท่านนั้นเป็นครั้งเป็นคราว เจอบ่อยก็เป็นช่วงที่ท่านมาอยู่วัดแรก ๆ ช่วงที่เจ้าอาวาสรูปเก่าประสบอุบัติเหตุ แต่หลังจากนั้นก็ไม่เจอ เพราะพระท่านนั้นมักจะไปทำงานของท่านที่มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งหนึ่ง และเมื่อกลับมาวัดก็มักจะอยู่ลับ ๆ

ส่วนตัวของท่าน ไม่ได้สุงสิงพูดคุยกับใคร ส่วนการรับกิจนิมนต์ต่าง ๆ ก็จะมีทีมผู้ติดตามคอยดูแลรับงานให้ทั้งหมด เรียกได้ว่าพระท่านนั้นอยู่วัดแค่ในนามของใบสุทธิเท่านั้น ตัวจริง ๆ ไม่ได้อยู่วัด อาจมีกลับมาจำวัดบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็จะอยู่แต่กับมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งหนึ่ง เพราะเป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ส่วนสีกา ก. ตนเองไม่เห็นเลย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ