จากกรณีพระผู้ใหญ่หลายวัดทั้งในพื้นที่กรุงเทพ และต่างจังหวัด มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับสีกากอล์ฟ ทั้งเส้นทางการเงินและมีความสัมพันธ์จนถึงขั้นปาราชิกนั้น
โดยกรณีเส้นทางการเงินที่ชัดเจนที่สุดในตอนนี้กรณีหนึ่งคือ กรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดชูจิตธรรมาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับสารภาพว่าโอนเงินจากบัญชีวัดให้สีกากอล์ฟจริง ซึ่งตำรวจ ปปป.ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาอดีตเจ้าอาวาสฯ 2 ข้อหา คือยักยอกทรัพย์ และปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเวลา 11.45 น. มีรายงานว่าศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกหมายจับ สีกากอล์ฟ ข้อหาหนัก สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามมาตรา 147, ร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน, รับของโจร หลังพบเส้นทางการเงินของอดีตพระเทพพัชราภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดชูจิตธรรมาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โอนเงินให้ 3.8 แสนบาท ซึ่งเป็นเงินจากบัญชีของวัด
ด้าน พันตำรวจเอกวนัสชัย ยิ่งยงสมสวัสดิ์ ผู้กำกับการ กองกำกับการ 2 กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ยืนยัน ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้รวมรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับนางสาววิลาวัลย์ เอมสวัสดิ์ หรือ “สีกากอล์ฟ” ใน 3 ข้อหา คือ ม.147 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ , รับของโจร , สมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน
โดยกรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากพนักงานสอบสวนตรวจสอบพบว่า อดีตพระเทพพัชราภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดชูจิตธรรมมาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีการโอนเงินจากบัญชีวัด จำนวน 3.8 แสนบาท มายังบัญชีสีกากอล์ฟ ซึ่งถือว่าเป็นสารตั้งต้นที่ขยายผลไปยังวัดและพระรูปอื่นๆ
ส่วนรายละเอียดวัดอื่นๆ นั้น ยังไม่ทราบ เพราะตนเองรับผิดชอบเพียงวัดชูจิตฯ เท่านั้น หากศาลมีคำสั่งออกมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปตนเองต้องไปเชิญสีกากอล์ฟมารับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำตามขั้นตอนต่อไป โดยเบื้องต้นคัดค้านการประกันตัวอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นคดีที่มีผู้เสียหายและมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี