CIB แฉพฤติการณ์ “ทิดโชติ” รับเงินบริจาคกว่าร้อยล้าน แต่ไม่เข้าบัญชีวัด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

CIB เปิดคดีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ยักยอกเงินทำบุญกว่าร้อยล้าน พบเงินฝากกว่า 290 ล้าน-เงินสด 138 ล้าน-ทองกว่า 1,000 บาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 6 จุด ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร และบุรีรัมย์ พร้อมจับกุมอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และหญิงคนสนิท หลังพบพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินบริจาคของวัดกว่า 100 ล้านบาท และฟอกเงิน 

 

พระ ช่างภาพพีพีทีวี
CIB แฉพฤติการณ์ “ทิดโชติ” รับเงินบริจาคกว่าร้อยล้าน แต่ไม่เข้าบัญชีวัด

โดยคดีนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยระบุว่าอาจมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ “สีกาเอ๋” ซึ่งไม่มีอาชีพหรือรายได้ประจำเป็นหลักแหล่ง แต่กลับมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

จากการสืบสวน ตำรวจระบุว่าพบหลักฐานว่าพระวชิรญาณมีพฤติกรรมเสพเมถุนกับ “สีกาเอ๋” ซึ่งตามพระธรรมวินัยถือว่าต้องอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุ

ต่อมา วันที่ 10 กันยายน 2569 ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและจับกุม เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะสงฆ์ผู้ปกครอง ได้ดำเนินการให้พระวชิรญาณลาสิกขาพ้นจากสมณเพศตามพระธรรมวินัย

จากการตรวจสอบเชิงลึกเกี่ยวกับการเงินของวัด เจ้าหน้าที่พบว่าอดีตเจ้าอาวาสมีพฤติการณ์รับเงินบริจาคในนามวัด รวมถึงเงินจากผู้เช่าบูชาวัตถุมงคล และมีการออกใบอนุโมทนาบัตรของวัด แต่เงินดังกล่าวกลับไม่ถูกนำเข้าบัญชีของวัด

เบื้องต้นพบหลักฐานการรับโอนเงินและการออกใบอนุโมทนาบัตรหลายรายการ รวมยอดเงินกว่า 100 ล้านบาท โดยใบอนุโมทนาบัตรมีอดีตเจ้าอาวาสเป็นผู้ลงนาม แต่จากการตรวจสอบไม่พบว่าเงินบริจาคดังกล่าวถูกนำเข้าบัญชีของวัด

ขณะเดียวกัน เมื่อตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของ “สีกาเอ๋” เจ้าหน้าที่พบว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่ไม่มีรายได้ประจำ ได้แก่ บ้านทาวน์เฮาส์ 2 หลัง มูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ และเงินฝากธนาคารกว่า 5 ล้านบาท โดยตำรวจระบุว่ามีการถือครองทรัพย์สินบางส่วนในชื่อบุตรสาว

เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่ามีพฤติการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการสมคบกันฟอกเงิน และทำให้วัดพุทไธศวรรย์ได้รับความเสียหาย ก่อนรวบรวมหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. และขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง

ปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 6 จุด ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร และบุรีรัมย์ พร้อมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 ราย

รายแรก คือ อดีตพระวชิรญาณ (ทิดโชติ) ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน

รายที่สอง คือ “สีกาเอ๋” ถูกกล่าวหาในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน

ส่วนผลการตรวจค้นกุฏิอดีตเจ้าอาวาส เจ้าหน้าที่ระบุว่าพบเงินสด 138,308,986 บาท รวมถึงทองคำแท่งและทองรูปพรรณ น้ำหนักรวมกว่า 1,000 บาททองคำ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 70 ล้านบาท

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบเงินฝากในบัญชีกว่า 290 ล้านบาท โดยตำรวจระบุว่าทรัพย์สินที่ตรวจพบและตรวจยึดภายในกุฏิมีมูลค่ารวม 205,204,733 บาท

ขณะที่การตรวจค้นบ้านพักของ “สีกาเอ๋” พบเงินสด 3,873,614 บาท และทองคำน้ำหนักประมาณ 90 บาท มูลค่าประมาณ 6,151,500 บาท รวมมูลค่าเงินสดและทองคำกว่า 10 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังตรวจยึดโฉนดที่ดิน 2 ฉบับ สมุดบัญชีธนาคาร 7 เล่ม สัญญาซื้อขายที่ดิน 1 ฉบับ รวมถึงกรมธรรม์สุขภาพ ใบประกันทองคำ ใบซื้อขายทองคำ และสลากออมสิน เพื่อนำไปตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติม โดยทรัพย์สินที่ตรวจยึดจากการปฏิบัติการครั้งนี้รวมมูลค่าประมาณ 215 ล้านบาท

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อประมาณวันที่ 15 ก.ค. ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่า เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และอาจใช้ตำแหน่งหน้าที่ทุจริตเงินวัด จึงขอให้กองปราบปรามตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งการตรวจสอบต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากวัดแห่งนี้มีทั้งนักการเมือง ข้าราชการ คหบดี พ่อค้า ทหาร และตำรวจให้ความเคารพนับถือจำนวนมาก

จากการตรวจสอบพบพิรุธและเส้นทางการเงิน 2 ส่วน ส่วนแรกเกี่ยวข้องกับการออกใบอนุโมทนาบัตรจากการเช่าวัตถุมงคล 22 รายการ กว่า 2.8 ล้านบาท โดยมีพยานยืนยันว่าเจ้าอาวาสเป็นผู้สั่งให้ออกใบอนุโมทนาบัตร ส่วนอีกเส้นทางเป็นเงินตามใบอนุโมทนาบัตรเพื่อบำรุงวัดประมาณ 89 ล้านบาท รวม 2 เส้นทางกว่า 92 ล้านบาท แต่ตรวจสอบแล้วไม่พบเงินเข้าบัญชีวัดแม้แต่บาทเดียว

เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานขอศาลอาญาทุจริตภาค 1 ออกหมายจับอดีตเจ้าอาวาส ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ฯ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน

ส่วน “สีกาเอ๋” ถูกออกหมายจับในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ก่อนนำไปสู่ปฏิบัติการเมื่อวันที่ 10 ก.ย. เข้าตรวจค้น 6 จุด สามารถยึดทรัพย์ที่เชื่อว่าแปรสภาพมาจากเงินบริจาคกว่า 215 ล้านบาท ทั้งเงินสดสกุลไทยและต่างประเทศ ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณรวม 1,066 บาททองคำ พระเครื่อง และโฉนดที่ดิน

หลังจากนี้ ป.ป.ช. และ ปปง. จะร่วมขยายผลเพื่อแยกเส้นทางการเงินว่า ส่วนใดเป็นเงินวัดและส่วนใดเป็นเงินส่วนตัว พร้อมตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ ฝากถึงประชาชนที่เคยบริจาคเงิน หากพบว่าเงินถูกนำไปใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ สามารถเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ได้ พร้อมเตือนพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันให้หยุดทันที

“หากมีพฤติกรรมเช่นนี้อยู่ให้หยุดทันที หากตรวจพบผมไม่เอาไว้แน่นอน”

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวอีกว่า เงินทั้ง 2 เส้นทางยังต้องขยายผลต่อ แต่เบื้องต้นพบว่าเกี่ยวข้องกับวัตถุมงคลและเงินทำนุบำรุงปฏิสังขรณ์วัด โดยตำรวจตรวจพบเส้นทางเงินในช่วงประมาณ 3 เดือน

พฤติการณ์ที่ตรวจพบคือ เงินถูกโอนเข้าบัญชีมูลนิธิที่อดีตเจ้าอาวาสจัดตั้งขึ้นเมื่อปลายปี 2568 ก่อนโอนต่อเข้าบัญชีส่วนตัว แต่กลับออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัด ขณะที่ทรัพย์สินส่วนหนึ่งอยู่กับอดีตเจ้าอาวาส และอีกส่วนอยู่กับหญิงคนสนิท

จากการตรวจสอบพบว่า มูลนิธิดังกล่าวไม่มีสิทธิออกใบอนุโมทนาบัตร ดังนั้น ประชาชนที่ได้รับใบอนุโมทนาบัตรและนำไปใช้ลดหย่อนภาษี สามารถเข้าแจ้งความได้ที่กองบังคับการปราบปราม

ขณะที่ ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. กล่าวว่า “ไม่มีอำนาจใดเหนือกรรมชั่ว” โดยตำรวจใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 2 เดือน เพื่อไม่ให้กระทบต่อความเลื่อมใสศรัทธา จนมีหลักฐานเพียงพอจึงเข้าจับกุม พร้อมยืนยันว่า วัดและพระพุทธศาสนายังคงอยู่ และขอให้ประชาชนแยกการกระทำของบุคคลออกจากศาสนา

ส่วนกรณีตรวจยึดโต๊ะกลมสีส้ม ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ระบุว่า ไม่ใช่สาระสำคัญในคดีอาญา แต่การนำโต๊ะออกจากวัดเป็นการนำสัญลักษณ์ที่ไม่ดีออกจากพื้นที่ เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนไปเช็กอินหรือตามรอยสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์

สำหรับมูลนิธิที่อดีตเจ้าอาวาสจัดตั้งขึ้น ชื่อ “มูลนิธิหวันโชติ” ก่อตั้งเมื่อปลายปี 2568 โดยพบว่ามีเงินและทรัพย์สินอยู่กับอดีตเจ้าอาวาสจำนวนมาก

ส่วนความสัมพันธ์กับ “สีกาเอ๋” จากการตรวจสอบพบว่า เข้ามาเกี่ยวข้องกับวัดตั้งแต่ปี 2550 ในฐานะโยมอุปถัมภ์ และเคยเป็นบุคคลล้มละลายตั้งแต่ปี 2562 ก่อนพ้นสถานะในปี 2565 หลังจากนั้นพบว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ทั้งบ้าน 2 หลังและทรัพย์สินอื่นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาของเงินและทรัพย์สินดังกล่าว

สำหรับการสอบปากคำ “สีกาเอ๋” ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเงินมาจากการประกอบอาชีพ ขณะที่ตำรวจระบุว่ามีพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน และพบการนำเงินไปซื้อทรัพย์สินอื่น ส่วนอดีตเจ้าอาวาสให้การปฏิเสธเช่นกัน และยังไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินที่ตรวจพบได้

ด้าน นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่า การที่อดีตเจ้าอาวาสพ้นจากสมณเพศไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ แต่เป็นกรณีปาราชิก จึงไม่สามารถกลับมาบวชใหม่ได้

พร้อมแนะนำประชาชนบริจาคเงินผ่านระบบ e-Donation ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อให้เงินเข้าสู่บัญชีวัดโดยตรงและสามารถตรวจสอบได้ รวมถึงเตรียมร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ท. สุ่มตรวจพื้นที่เสี่ยงในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ป้องกันพระภิกษุนำเงินวัดไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว

ส่วนกรณีพระสงฆ์จัดทำเครื่องรางของขลัง นายกฤศกร ระบุว่า เป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล ไม่ควรเหมารวม พร้อมย้ำว่า

“เรื่องนี้เป็นความเสื่อมของบุคคลบางคน อย่าได้เอาความเสื่อมของบุคคลบางคนมาทำลายศรัทธาของศาสนาพุทธ”

ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีลักษณะนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชน เจ้าหน้าที่จึงให้ความสำคัญกับการตรวจสอบ หากพบหลักฐานว่ามีการกระทำผิดทางอาญาจะไม่ปล่อยผ่าน

พร้อมขอบคุณประชาชนที่นำข้อมูลมาแจ้งกองปราบปราม และขอให้ช่วยกันดูแลพระพุทธศาสนา หากพบพระสงฆ์ประพฤตินอกลู่นอกทางหรือกระทำผิด ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างวางระบบการใช้จ่ายเงินของวัด เพื่อป้องกันการนำเงินไปใช้ในทางมิชอบ โดยยอมรับว่าการเกิดเหตุซ้ำเป็นเรื่องน่าเสียใจ และยืนยันว่าจะไม่ปล่อยผ่าน
 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ