ยุติธรรมช้ำใจ! พี่สาวเปิดเอกสารลับคดี "น้องเมย" รุ่นพี่ให้การขัดกัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

พี่สาว “น้องเมย” เปิดเอกสารบันทึกการสอบปากคำ 2 รุ่นพี่คดีน้องเมย พบรุ่นพี่ให้การขัดกัน ตั้งคำถามใครกันแน่ที่โกหก หลังศาลทหารตัดสินคุก 2 รุ่นพี่

นางสุพิชา ตัญกาญจน์ พี่สาวของ ภคพงษ์ ตัญกาญจน์ หรือ “น้องเมย” โพสต์เฟซบุ๊ก โดยอ้างถึงเอกสารลับกระทรวงกลาโหม กรณี ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ ชั้นปีที่ 1 ตอน 13 รุ่น 60 เหล่าทหารบก เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 โดยเป็นบันทึกการสอบปากคำ รุ่นพี่ 2 คน

ในเอกสารตอนหนึ่งระบุว่า ปัญหาของน้องเมยคือบุคลิกที่ไม่เหมือนคนอื่น เวลาฝึกบอกอะไรเข้าใจยาก เช่น ได้สั่งการ แต่ก็ทำผิดถึง 3 ครั้ง คือ แพรแถบหาย เจ็บขาแต่ไม่ได้แจ้งเหตุ และอีกเรื่องคือปัญหาการใช้บันได

คอนเทนต์แนะนำ
ศาลทหารชั้นฎีกา พิพากษาคดีน้องเมย จำคุก 4 เดือน 16 วัน แต่รอลงอาญา 2 ปี

ยุติธรรมช้ำใจ! พี่สาวเปิดเอกสารลับคดี "น้องเมย" รุ่นพี่ให้การขัดกัน FB/Meay P Tanyakan
ยุติธรรมช้ำใจ! พี่สาวเปิดเอกสารลับคดี "น้องเมย" รุ่นพี่ให้การขัดกัน

สำหรับบันทึกคำให้การรุ่นพี่คนที่ 1 ระบุว่า เคยพาน้องเมยขึ้นบันไดที่ห้ามนักเรียนชั้นปีที่ 1 ใช้ มาทราบในเช้าวันรุ่งขึ้นว่า น้องเมยหยุดหายใจ พร้อมกับยังให้การว่า อนุญาตให้น้องเมยใช้บันไดแล้ว แต่คนอื่นอาจไม่ทราบว่าอนุญาตแล้ว

ในเอกสารยังระบุคำให้การของรุ่นพี่คนที่ 2 ว่า มีการทำโทษน้องเมย โดยน้องเมยเป็นคนกำหนดเวลาทำโทษเอง มีการทำโทษที่ห้องน้ำนายทหารเก่า ด้วยท่าหัวปักสลับกับท่าเตรียมตัวดันพื้นกำหมัด ซึ่งระหว่างทำโทษ น้องเมยมีอาการไม่พอใจ ไม่ทำตามคำสั่ง จึงสั่งให้ทำหัวปักตะแกรงน้ำ ให้รู้ว่าถ้าทำท่านี้อีกจะโดนท่านี้ ใช้เวลา 30 นาที ตอนสุดท้ายได้ทำท่าหัวปัก แล้วก็ม้วนหน้าไปเองแล้วก็เกิดชัก

คำให้การของรุ่นพี่ยังระบุด้วยว่า บันไดมีทั้งสิ้น 3 ทาง โดยนักเรียนบังคับบัญชาสามารถใช้ได้ทุกทาง แต่น้องเมยใช้ทางขวาสุดเพียงทางเดียว พร้อมกับยอมรับว่า ท่าหัวปักเป็นท่าที่ไม่ได้รับอนุญาต และในคำให้การของรุ่นพี่ยังระบุอีกว่า น้องเมยเป็นผู้กำหนดเวลาเอง ส่วนการเลือกใช้ห้องน้ำเป็นสถานที่ลงโทษนั้นเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และเวลาที่ลงโทษราว 23.20 น. ก็เป็นเวลานอนแล้ว

พี่สาวน้องเมย ระบุในเฟซบุ๊กอีกว่า “เอกสารที่แนบมานี้ ไม่ได้ถูกส่งประกอบเข้าไปในการฟ้องร้อง เพราะขอเอกสารจากต้นสังกัดเข้ามาในสำนวนไม่ทัน แต่ดิฉันอยากเอาออกมาเปิดเผยให้ทุกคนได้รับทราบโดยทั่วกันว่า เรื่องทั้งหมดที่เด็กชายคนหนึ่งต้องรับมันไว้เกิดมากจากจุดใด”

อีกข้อความในบันทึกของพี่สาวน้องเมย คือ 

  1. ศาลสูงยืนตามศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยมีความผิดจริงตามฟ้องโจทก์ แต่ให้รอการจำคุกไว้ เนื่องด้วยเป็นการ "กระทำความผิดครั้งแรก"
  2. ศาลลงโทษจำเลยในฐานความผิดอาญาลหุโทษ ทำให้จำเลยยังคงรับราชการเป็นตำรวจได้ต่อไป โดยที่ไม่ต้องออกจากราชการ
  3. สำหรับคำพิพากษาของศาลทหารชั้นฎีกาตอนหนึ่งระบุว่า "ด้วยอายุของจำเลยไม่เคยได้รับโทษ การลงโทษไปก็ไม่เป็นประโยชน์ จึงให้จำเลยปรับปรุงตัวรับใช้ชาติต่อไปจะเป็นประโยชน์กว่า"

พี่สาวของน้องเมย ยังโพสต์ถึงความรู้สึกของครอบครัว ระบุว่า เราทั้งสามคนต้องนั่งฟังคำให้การวนเวียนไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะว่าน้องเมยโกหกถึงได้รับผลเช่นนี้ ทุกปากที่มาขึ้นศาลหรือให้การกับตำรวจล้วนแล้วแต่ปรักปำให้เด็กชายเป็นคนผิด ไม่ใช่แค่จากนักเรียนด้วยกัน แต่จากปากผู้ปกครองของเด็กอื่นๆก็ด้วย

"ไอ้ขี้โกหก" ทำให้ทุกคนต้องมาเสียชื่อเสียง โรงเรียนได้รับผลกระทบ ทำไมครอบครัวไม่ยอมทำใจยอมรับมันซะละเพราะลูกแกนะมันเป็น "ไอ้ขี้โกหก" วันนี้คุณทุกคนลองอ่านทุกตัวหนังสือเสียใหม่นะว่าเรื่องต่าง ๆ เกิดขึ้นยังไง แล้วใครกันที่โกหก

ยุติธรรมช้ำใจ! พี่สาวเปิดเอกสารลับคดี "น้องเมย" รุ่นพี่ให้การขัดกัน รายการเข้มข่าวค่ำ
ยุติธรรมช้ำใจ! พี่สาวเปิดเอกสารลับคดี "น้องเมย" รุ่นพี่ให้การขัดกัน

สุดท้าย พี่สาวน้องเมย โพสต์ข้อความถึงน้องชายว่า วันนี้เดินทางมาสุดสายปลายทางของคดีแรกแล้ว พวกเราทำสำเร็จแล้วนะเมย แต่ถึงมันจะไม่ได้รู้สึกว่ายุติธรรมมากพอแต่มันก็สำเร็จแล้ว ฉันล้างมลทินทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้นายแล้ว ขอบคุณพ่อกับแม่ที่หัวใจแหลกสลายแค่ไหนแต่ก็แข็งแกร่งมากพอที่จะอยู่และทนรับความเจ็บปวดนี้ไว้

สุดท้ายนี้ ฉันอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการพิจารณาความ

  • อะไรที่เป็นอาญาทหารก็ให้ไปขึ้นศาลทหาร
  • เหตุอะไรที่เกิดในกฎหมายอื่นก็อยากให้ไปขึ้นศาลพลเรือน เพราะการพิจารณาคดีมันแตกต่างกันจริง ๆ

นอกจากความรู้สึกของครอบครัวน้องเมยที่ว่ามาข้างต้น มีอีกเรื่องที่ แม่น้องเมย ออกมาให้สัมภาษณ์ เปิดใจเมื่อวานนี้ ถึงความเจ็บปวดหัวใจที่เก็บไว้ตลอด 8 ปีที่สู้คดี นอกจากจะถูกข่มขู่สารพัด ยังเคยถูกตำรวจพูดใส่หน้าว่า คดีของลูกคุณมันเปลืองงบประมาณไปเท่าไหร่

นอกจากนี้ นายพิเชษฐ ตัญกาญจน์ พ่อน้องเมย ยังติดใจเรื่องอวัยวะภายในของน้องเมยที่หายไป ได้แก่ สมอง หัวใจ และกระเพาะอาหาร ซึ่งวันนี้ ไปออกรายการโหนกระแส โดยเปิดใจว่า วันที่ตนไปรับอวัยวะของน้องเมยที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า

จำได้ว่า ผอ.กองพยาธิวิทยา ได้ออกมาแถลงข่าว แล้วเขายืนตรงข้ามกับผม แล้วบอกผมว่า คุณต้องเชื่อผม ต้องฟังผม นี่คืออวัยวะของลูกคุณ ผมก็ถามว่า ที่ผ่ามาแล้ว ร่างของลูกผมไม่มีอวัยวะเลยเป็นเพราะอะไร ทำไมไม่แจ้งผม

พ่อน้องเมย กล่าวต่อว่า ถ้าผมเผาไปแล้ว จะเหลืออะไร ผมก็สงสัยว่า ปกติแล้วการผ่าพิสูจน์จะใช้เวลา 1 วัน ก็น่าจะจบ แต่กรณีน้องเมยใช้เวลาถึง 2 วัน ซึ่งผมก็เก็บงำความสงสัยไว้ จนนำร่างลูกมาผ่าพิสูจน์รอบ 2 จึงได้รู้ว่า ร่างลูกผมไม่มีอะไรเลย และก็ได้รับการแจ้งว่า DNA เข้ากันไม่ได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เรื่องใหญ่ Live Talk

เรื่องใหญ่ Live Talk

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ