UNSC นัดคุยบ่ายสาม! ทูตไทยประจำนิวยอร์ก ร่วมถกปมชายแดนไทย-กัมพูชา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"มาระตี" เผย UNSC นัดไทยคุยบ่ายสามตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ มีทูตไทยประจำนิวยอร์ก ร่วมถกปมชายแดนไทย-กัมพูชา ลั่นมีฐานชัดไทยไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน! ด้าน "มาริษ" เตรียมกลับไทยคืนนี้

นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการปะทะที่เริ่มต้นโดยฝ่ายกัมพูชา การสูญเสียครั้งนี้รวมถึงพลเมืองบริสุทธิ์ โดยเฉพาะการเสียชีวิตของเด็กและคนชรา นอกจากจะละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศแล้ว ยังเป็นการละเมิดศีลธรรมและควรที่จะได้รับการประณามอย่างเต็มที่โดยประชาคมระหว่างประเทศ

ขอย้ำว่าการตอบโต้ของฝ่ายไทยมีความชัดเจนเหมาะสมในการป้องกันตนเองตามข้อที่ 11 ของกฎบัตรสหประชาชาติ

คอนเทนต์แนะนำ
กองทัพภาคที่ 2 เตือนปชช. 5 อำเภอ 2 จังหวัด ออกจากพื้นที่เสี่ยง!

นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ FB/ศูนย์เฉพาะกิจฯ ชายแดนไทย-กัมพูชา - Team Thailand
นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม เมื่อ 24 ก.ค. 68 กัมพูชาได้เปิดฉากยิงไทยรุนแรงต่อเนื่อง ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทางการทหาร แต่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพลเรือนชาวไทย โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนและสถานที่สาธารณะที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาลอันเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ระบุชัดเจนว่ารัฐบาลไทยประนามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการกระทำของกองทัพกัมพูชาและได้ลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตแล้ว

การกระทำของกัมพูชาเป็นละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ตั้งแต่ทหารไทยเหยียบกับระเบิดในวันที่ 16 และ 23 ก.ค. 68 รัฐบาลไทยเรียกร้องให้กัมพูชาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยุติการโจมตีเป้าหมาย ทั้งทหารและพลเรือน ยุติละเมิดอธิปไตยของไทยโดยทันที

การกระทำของกัมพูชาเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 1 เกี่ยวกับการคุ้มครองโรงพยาบาลรัฐ ฉบับที่ 4 เกี่ยวกับการคุ้มครองหน่วยแพทย์ เป็นการกระทำอันขาดมนุษยธรรมต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์

ทั้งนี้ ภายหลังกัมพูชาส่งหนังสือถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ขอให้เรียกประชุมด่วนเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างไทยกัมพูชา พร้อมกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายรุกรานอธิปไตยกัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง 

ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือถึง UNSC แล้ว เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งไทยมีหลักฐานว่าฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน มีการใช้ความรุนแรงจนฝ่ายไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เป็นการรุกรานอธิปไตยเป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจนต่อประเทศ โดยขอให้ประธาน UNSC เวียนหนังสือของฝ่ายไทยเพื่อให้สมาชิกทุกประเทศรับทราบด้วย

ล่าสุด วันนี้ เวลา 15.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นของนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา จะจัดประชุมแบบปิดเพื่อหารือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งการประชุมลักษณะนี้จัดขึ้นเป็นปกติเมื่อมีเหตุการณ์ปะทะระหว่างสองประเทศที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ใช่เป็นการประชุมเพื่อลงมติใด ๆ แต่เป็นการหารืออย่างเป็นทางการเชิญคู่กรณีและสมาชิก 15 ประเทศ ทั้งสมาชิกถาวรและไม่ถาวรเข้าให้ข้อมูลเพื่อเป็นที่รับทราบ ซึ่งฝ่ายไทยจะมีทูตประจำนิวยอร์ก เข้าร่วมประชุม

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ จะมีการให้สัมภาษณ์กับสื่อรายใหญ่ของต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่ข้อเท็จจริงและแนวทางการดำเนินการของไทยให้นานาประเทศได้รับทราบอย่างครอบคลุม

โดยนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางกลับจากการหารือทางการเมืองระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ประจำปี 2025 ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาในคืนนี้ ซึ่งจะมีการรายงานถึงผลการประชุมอีกครั้งหนึ่ง อาจจะมีแถลงการณ์เพิ่มเติม เพื่อเรียกร้องให้ยุติการปะทะ โดยเฉพาะเป้าหมายพลเรือน

ทั้งนี้ กรณีที่กระทรวงวัฒนธรรมแห่งกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ประณามกองทัพไทยว่าได้กระทำการรุกรานสร้างความเสียหายให้ประสาทพระวิหาร แหล่งมรดกโลก ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกฎหมายคุ้มครองวัฒนธรรมภายใต้กรอบยูเนสโก

แต่การปะทะระหว่างกองกำลังไทยกับกัมพูชา เกิดขึ้นที่ภูมะเขือที่อยู่ห่างจากตัวปราสาทพระวิหาร 2 กิโลเมตร จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีกระสุนหรือสะเก็ดระเบิดไปไกลถึงปราสาทพระวิหาร ซึ่งฝ่ายไทยส่งหนังสือชี้แจงต่อกรณีดังกล่าวแล้ว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ