เกาะติดสถานการณ์เหตุปะทะไทย-กัมพูชา 3 ส.ค. 68 ก่อนประชุม GBC

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาวันที่ 11 แม้ไม่มีเหตุรุนแรงใด ๆ แต่กลับมีภัยคุกคามจากโดรน รัฐบาลย้ำเฝ้าระวังและป้องกันเหตุต่อเนื่อง ก่อนประชุม GBC สมัยวิสามัญ 4-7 ส.ค. 2568 ที่มาเลเซีย

รัฐบาลยืนยันชายแดนไม่มีเหตุปะทะ

วันนี้ 3 ส.ค.68 เวลา 07.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เผย สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีรายงานเหตุการณ์รุนแรงใด ๆ เกิดขึ้นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในทุกพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน ทั้งนี้ หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงของไทย ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเฝ้าระวังและป้องกันเหตุอย่างต่อเนื่องขอประชาชน ติดตามสถานการณ์ ผ่านช่องทางของหน่วยงานราชการ ไม่ตกเป็นเหยื่อข่าวเท็จ บิดเบือน

 

สถานการณ์เหตุปะทะไทย-กัมพูชา 3 ส.ค. 68 ช่างภาพพีพีทีวี
สถานการณ์เหตุปะทะไทย-กัมพูชา 3 ส.ค. 68

ตรวจพบโดรนแม้มีกำหนดห้ามบินทั่วราชอาณาจักร

ขณะที่รายงานเมื่อวานนี้ 2 สิงหาคม 2568 ตรวจพบการใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือ “โดรน” ปรากฏในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในห้วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา กองทัพบกจึงยกระดับมาตรการรับมือภัยคุกคามดังกล่าวอย่างเข้มงวด หลังพบความพยายามบินตรวจการณ์พื้นที่ตั้งทางทหาร โดยได้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน พร้อมทั้งอ้างอิงประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ที่กำหนดห้ามบินโดรนทุกประเภท ทุกวัตถุประสงค์ และทั่วทุกพื้นที่ของราชอาณาจักร เพื่อป้องกันผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ได้รับมอบหมาย มีอำนาจในการใช้ระบบต่อต้านโดรน (Anti-Drone System) และสามารถดำเนินการทำลายโดรนจากภาคพื้นดินได้ทันที หากตรวจพบการละเมิดข้อห้ามดังกล่าว

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติในพื้นที่ “ช่องอานม้า” ก่อนเกิดเหตุปะทะจนถึงวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 กำลังทหารของไทยไม่เคยเข้าไปยึดพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ “ตาอม” ได้ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาวางกำลังตรึงพื้นที่ไว้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 กองทัพกัมพูชาได้นำคณะทูตทหารจาก 13 ประเทศเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ โดยพบว่าพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ “ตาอม” ขณะนั้นมีกำลังทหารไทยควบคุมพื้นที่ทั้งหมดแล้ว โดยฝ่ายไทยได้ยึดแนวเส้นปฏิบัติการเป็นหลักได้เรียบร้อย ในพื้นที่ “ช่องอานม้า” เพื่อป้องกันเหตุปะทะและรักษาเสถียรภาพในพื้นที่อ่อนไหว ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงแนวทางปฏิบัติร่วมกันไว้ คือ การจัดให้มีจุดประสานงานร่วมบริเวณอนุสาวรีย์ “ตาอม”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 2 ส.ค. 68 เมื่อเวลา 19.30 น. ชาวบ้านพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายโดรนกว่า 10 ลำ บนท้องฟ้าในหลายพื้นที่ หลายตำบลของ อ.ปราสาท, อ.ลำดวน, อ.เมือง จ.สุรินทร์  จึงแจ้งกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ให้ตรวจสอบ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าพื้นที่ตามที่ชาวบ้านแจ้ง แต่ก็ไม่พบ และชาวบ้านไม่ได้ถ่ายภาพไว้ ซึ่งในบริเวณหมู่บ้านหลักวอ ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เมื่อเวลา 21.30 น. ผู้สื่อข่าวเองได้พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายโดรน 2 ลำบินลอยอยู่บนฟ้า ได้เคลื่อนตัวบินวนรอบไปมา บินเกาะกลุ่มกันมา 2ลำ  มุ่งหน้าไปยังศูนย์ราชการภายในตัวเมืองสุรินทร์ โดยผู้สื่อข่าวได้จับภาพไว้ได้พร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย

ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย โพสต์เฟสบุ๊ก ระบุว่า โดรนบินเต็มเมืองมาหลายคืนแล้ว นะคะ จัดการอะไรสักทีเถอะ

เวลา 09.20 น. ผู้สื่อข่าวอาวุโส สายทหาร โพสต์ข้อความผ่านเซฟบุ๊ก อย่าตกใจ! 09.00 น.ที่ผ่านมา ทหารไทยได้ทำลายวัตถุระเบิด-กระสุนระเบิดด้านที่ยอดภูมะเขือ แจ้งเขมรแล้ว

เวลา 09.40 น. แม่ทัพภาคที่ 2 เผย เมื่อวานนี้ (2 สิงหาคม 68)ประชุม 20 ผู้ว่าฯอีสาน เข้มมาตรการกำจัดโดรน สั่งจับตา สถานที่สำคัญ ศาลาจังหวัด-คลังอาวุธ-สถานีขนส่ง บูรณาการตำรวจ จับผู้ก่อเหตุ ข้อหาหนัก ก่อการร้าย-ไส้ศึก

เวลา 13.00 น. กองทัพบกทันกระแส เผย เชลยศึก “ทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัว”

  • ยอมจำนนต่อฝ่ายไทย 20 คน
  • ส่งตัวกลับแล้ว 2 คน (ปัจจุบันเหลือ 18 คน)
  • อยู่ภายใต้ อนุสัญญาเจนีวา
  • ไทยปฏิบัติต่อผู้ถูกควบคุมตัวอย่าง เหมาะสม
  • จะปล่อยตัวกลับ เมื่อการรบสิ้นสุดลง (ไม่ใช่แค่หยุดยิง)

20.03 น.ศูนย์เฉพาะกิจฯ ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำไทยยึดมั่นกลไกทวิภาคี GBC และแนวทางแก้ปัญาสันติวิธี ยืนยันที่กัมพูชากล่าวหาไทย เตรียมเปิดฉากโจมตีเป็นข่าวปลอม!

จับตาสถานการณ์ก่อนประชุมGBC

ในวันพรุ่งนี้(4 สิงหาคม 68) ไทยและกัมพูชา มีกำหนดการ ประชุมวิสามัญครั้งต่อไปของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 ส.ค. 2568 ที่ประเทศมาเลเซีย โดยมีสหรัฐฯ และจีน เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ด้วย

โต้ข่าวปลอมกัมพูชา

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวหาทหารไทยว่ากระทำการโหดร้ายกับทหารกัมพูชา โดยเฉพาะการอ้างว่ามีการ “ตัดศีรษะ” และ “เหยียบย่ำศพ” นั้น ขอยืนยันว่าเป็น “ข่าวปลอม” ที่ไม่มีมูลความจริง และเป็นความพยายามบิดเบือนข้อมูลเพื่อปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชัง สร้างความตึงเครียดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

รัฐบาลไทยขอชี้แจงว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารไทยเป็นไปตามหลักมนุษยธรรม กฎหมายระหว่างประเทศ และระเบียบข้อบังคับของกองทัพอย่างเคร่งครัด ทหารกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะบริเวณชายแดน ได้รับการดูแลรักษาพยาบาลจากฝ่ายไทยอย่างเหมาะสม ก่อนส่งตัวกลับประเทศผ่านจุดผ่านแดนช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ด้วยกระบวนการที่เปิดเผย โปร่งใส และให้เกียรติ

ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้เผยแพร่รายชื่อ 10 อันดับข่าวปลอมที่ถูกแชร์มากที่สุดในรอบสัปดาห์ ซึ่งล้วนเป็นข่าวบิดเบือนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ได้แก่:

  • ข่าวทหารไทยตัดศีรษะทหารกัมพูชา
  • ข่าวทหารไทยเสียชีวิต 140 นาย
  • ข่าวทหารไทยเสียชีวิต 40 นาย ถูกจับ 30 นาย
  • ข่าวนอรเวย์บริจาคเครื่องบิน F-16 ให้ไทย
  • ข่าวผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติสงคราม
  • ข่าวทหารไทยยึดคืนปราสาทพระวิหาร
  • ข่าวไทยใช้อาวุธชีวภาพโจมตีกัมพูชา
  • ข่าวเครื่องบินปล่อยสารพิษใส่พลเรือนกัมพูชา
  • ข่าวกองทัพภาค 2 ระดมทุนช่วยแนวหน้า
  • ข่าวปลัดกระทรวงกลาโหมสั่งงดช่วยผู้ป่วยกัมพูชา

ข่าวปลอมทั้งหมดนี้ ถูกตรวจสอบแล้วว่าเป็นการบิดเบือนข้อมูล โดยใช้ภาพเก่าหรือภาพจากต่างประเทศมาใส่คำบรรยายเท็จ เพื่อปลุกปั่นให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

ยุทธวิธีเด็ดขาด! ทหารไทยทำลายทางขึ้นภูมะเขือ ปิดเกมรุกเขมร

เหตุปะทะระหว่างทหารไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่24-28 ก.ค.ที่ผ่านมา ทหารได้ทำลายบันไดช่องคานม้า จ.ศรีสะเกษ ซึ่งสามารถขึ้นมาถึงภูมะเขือได้

หลังทหารไทยเข้ายึดพื้นที่ภูมะเขือผลักดันทหารกัมพูชา อยู่บนจะงอยหน้าผาออกไปทั้งหมด พร้อมทำลายกระเช้า และฐานทหารกัมพูชาด้านล่างภูมะเขือ โดยการใช้โดรนติดระเบิด

ล่าสุดมีการเผยแพร่ภาพทหารทำลายบันไดช่องคานม้าในระหว่างยึดพื้นที่ได้จากการเหตุปะทะช่วง 5 วันที่ผ่านมา

ไม่มีเวลาอบรม! "ฮุน เซน" โทรเอง สั่งปลด จนท.ระดับสูง ขับพ้นพรรค ปมโพสต์กระทบกองทัพเขมร 

สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา หัวหน้าพรรคประชาชาติกัมพูชา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia โดยระบุว่า เราไม่มีเวลามานั่งอบรมเจ้าหน้าที่ ที่ไร้วินัย ในขณะที่ภารกิจระดับชาติกำลังต้องการให้เราจัดการกับสถานการณ์นั้นอยู่”

นายธี สุวันทา ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กที่มีลักษณะไม่เหมาะสม ตัวผมเองได้โทรศัพท์แจ้งให้เขาลบโพสต์สองโพสต์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่วันนี้เขากลับโพสต์ข้อความที่กระทบกระเทือนต่อกองทัพ ในขณะที่กองทัพกำลังปกป้องผืนแผ่นดิน

สมเด็จฯ ฮุน เซน ได้แจ้งให้ พล.อ.กู๊ด จำเริน หัวหน้าพรรคในจังหวัดกันดาล ขับเขาออกจากพรรคประชาชนกัมพูชา พร้อมกับแจ้งให้ พล.อ.ซอ ซกฮา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ให้นายธี สุวันทา พ้นจากตำแหน่งรองผู้ว่าราชการเมืองอารัยก์ซัตร และให้ออกจากระบบราชการทั้งหมด

สมเด็จฯ ฮุน เซน ยังระบุด้วยว่า ในฐานะประธานพรรคที่มีอำนาจบริหาร มีสิทธิและหน้าที่ในการดำเนินการเช่นนี้ เพื่อรักษาระเบียบวินัยของพรรคต่อเจ้าหน้าที่ที่เป็นสมาชิกพรรคทุกคน

เช้าวันนี้ (3 ส.ค.) พล.ท.มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เปิดแถลงข่าว ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงของสื่อไทยที่ว่ากัมพูชาใช้โดรนบินเข้ามาในไทย

"มาลี" โบ้ย "ไทย" หยุดส่งโดรนเข้าน่านฟ้า "กัมพูชา"

พล.ท.มาลี อ้างว่า สื่อไทยมักบิดเบือนการโจมตีกัมพูชาด้วยการเผยแพร่ข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่องว่ากัมพูชายิงก่อน กัมพูชาใช้อาวุธหนัก ยิงใส่ฐานทัพพลเรือน หรือกัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

พล.ท.มาลี ระบุว่า “เมื่อเร็วๆ นี้ ไทยได้ใช้วิดีโอปลอมเพื่อตีความอย่างผิดๆ และกล่าวหาว่าโดรนที่บินเข้าไปในฝั่งไทยเป็นของกัมพูชา การกระทำทั้งหมดนี้ไม่ได้ช่วยปรับปรุงสถานการณ์ใดๆ แถมยังก่อให้เกิดความปั่นป่วนโดยไม่จำเป็นอีกด้วย”พร้อมกล่าวอีกว่ากัมพูชาขอเรียกร้องให้ไทยยุติการกระทำดังกล่าวโดยทันที กัมพูชายังเรียกร้องให้ฝ่ายไทยงดเว้นการส่งโดรนเข้าไปในน่านฟ้าของกัมพูชา และกัมพูชาจะใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อต่อต้านการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา นอกจากนี้ พล.ท.มาลี ยังเรียกร้องให้ฝั่งไทยส่งคืนทหารกัมพูชา 18 นาย ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

รัฐบาลโต้กลับ “มาลี” เตือนกัมพูชา หากพบโดรนรุกล้ำอธิปไตยไทยจะทำลายทันที

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ได้ออกมาโต้กลับ พล.ท.มาลี โสเจียตา โฆษกกลาโหมกัมพูชา

โดยยืนยันว่า ประเทศไทยดำเนินมาตรการควบคุมการใช้โดรนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน และไม่มีนโยบายใช้โดรนเพื่อรุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้โดรนบินเหมือนเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วอย่างแน่นอน

รัฐบาลไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาแสดงความจริงใจในการสื่อสารระหว่างกัน หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลที่บิดเบือนต่อสื่อหรือประชาคมโลก และร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในการคลี่คลายสถานการณ์ชายแดน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ พร้อมขอเตือนกองกำลังของกัมพูชาที่ใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บินเข้ามาในอาณาเขตอธิปไตยของประเทศไทย จะดำเนินการทำลายทันทีเมื่อรุกล้ำอธิปไตย

"ฮุน เซน" อ้างกองทัพไทยเตรียมเปิดฉากโจมตี ก่อนการประชุม GBC ที่มาเลเซีย

สมเด็จฯ ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า กระทรวงกลาโหมขอแจ้งประชาชนและประชาคมโลกว่า จากข้อมูลที่ได้รับมาช่วงสายวันนี้ กองทัพไทย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทางการไทย ได้สั่งให้พลเรือนที่ยังเหลืออยู่บริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ อพยพภายในคืนนี้

แหล่งข่าวเดียวกันนี้ ยังยืนยันว่า กองทัพไทยมีแผนจะเปิดการโจมตีตามแนวชายแดน เริ่มตั้งแต่ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และปราสาทพระวิหาร ไปจนถึงช่องอานม้า การโจมตีจะเริ่มเร็วๆนี้ ก่อนที่การประชุม GBC จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 ส.ค. ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย

ปฏิบัติการนี้ ถือเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของกัมพูชาก่อนการประชุม GBC และยังเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ 2 ฝ่ายบรรลุร่วมกัน โดยมีตัวแทนจากสหรัฐฯ และจีนเป็นพยาน 

หากข้อมูลที่ได้มาเป็นความจริง ทางกัมพูชาขอให้ประชาคมโลก ช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้น และเรียกร้องให้ฝั่งไทยหยุดแผนโจมตีดังกล่าว และเคารพข้อตกลงหยุดยิง เพื่อสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดนของ 2 ประเทศ 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ