ภายในศูนย์พักพิงแห่งหนึ่ง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยความตรึงเครียด ประชาชนภายในศูนย์ฯ ต่างจับกลุ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยหลายคนแสดงความกังวลว่าสถานการณ์จะยังไม่คลี่คลายลงในเวลาอันใกล้นี้ ขณะที่ทางจังหวัดศรีสะเกษได้ออกประกาศว่า ยังไม่อนุญาตให้ประชาชนในศนย์อพยพกลับที่พักอาศัย เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย
นางอ่อนจันทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ชาวอำเภอกันทรลักษ์ กล่าวว่า ตนเป็นชาวบ้านภูมิซรอลมาแต่กำเนิด เป็นชาวกัมพูชาอพยพมาอยู่ในประเทศไทยนานมาแล้ว จึงมีญาติพี่น้องเป็นชาวกัมพูชาหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารกัมพูชา โดยลูกสาวของตนได้โทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่า ญาติพี่น้องที่เป็นทหารเสียชีวิตหมดแล้ว ถึงแม้ไม่อยากเป็นทหารก็ต้องถูกบังคับให้เป็น หรือหากใครขัดขืนไม่ยอมเป็นทหาร ก็จะถูกยึดพื้นที่ไร่นาและขับไล่ออกจากสัญชาติกัมพูชา
บางส่วนที่เคยเข้ามาทำงานในประเทศไทย เมื่อกลับไปยังกัมพูชาก็ต้องกลับไปสวมชุดทหาร เพราะไม่อยากถูกยึดที่ดินทำกิน ซึ่งลูกสาวของตนก็เล่าให้ฟังว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อญาติที่ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารได้ ตนมั่นใจว่า ญาติที่เป็นทหารบางคนเสียชีวิตไปแล้ว แต่ยังไม่มีการเก็บศพอย่างแน่นอน
หากใครโพสต์เฟซบุ๊กเพื่อประกาศตามหาญาติพี่น้อง หรือโพสต์ข้อความประณามการกระทำของรัฐบาลกัมพูชา ก็จะถูกจับติดคุก หรือแม้กระทั่งครอบครัวของผู้นั้นก็อาจถูกจับไปด้วย ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่หวาดกลัว แม้แต่ตนเองก็ยังรู้สึกเช่นนั้น
ปัจจุบันยังสามารถติดต่อกับลูกสาวได้ โดยลูกสาวจะเป็นฝ่ายโทรมาหาและเล่าเรื่องราวให้ฟัง ตอนนี้ตนเป็นห่วงญาติพี่น้องที่เป็นทหารมาก เพราะยังไม่สามารถติดต่อได้ และหากยังหาไม่พบก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร หากญาติของตนเสียชีวิตจริง ศพก็คงจะถูกทิ้งไว้อย่างนั้น
แม้ว่าปัจจุบันจะมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) แต่ตนก็ไม่เชื่อใจกัมพูชา เพราะชาวกัมพูชา นิสัยไม่เหมือนคนไทย โดยกล่าวว่า ตอนเช้าพูดแบบหนึ่ง ตอนเย็นทำอีกแบบหนึ่ง เชื่อถือไม่ได้ ต่างจากคนไทยที่พูดแล้วเชื่อถือได้
จากที่ตนติดตามข่าวของประเทศกัมพูชา ทราบมาว่า ญาติของตนเคยพูดว่า ถ้าระเบิดบ้านฮุนเซนได้ ทุกอย่างก็จะจบ เพราะหากฮุนเซนตาย ทุกอย่างจะยุติลง แต่ก็เป็นไปได้ยาก เพราะเขามีทหารคุ้มกันอย่างแน่นหนา ไม่เหมือนทหารตามแนวชายแดน ที่จับชาวบ้านไปฝึกเป็นทหาร แตกต่างจากทหารไทยที่ผ่านการฝึกฝนอย่างจริงจัง
นางอ่อนจันทร์ กล่าวด้วยความกังวลว่า ญาติของตนที่เป็นทหารกว่า 10 คน แม้จะไม่ใช่สายตรงหรือสนิทกันมาก เพราะเป็นรุ่นหลัง แต่ในฐานะสายเลือดเดียวกัน ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้