ทบ. จับชาวกัมพูชาลอบเข้าไทยแล้วกว่า 158 คน เหตุไร้งานหลังกลับประเทศ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กองทัพบก จับกุมชาวกัมพูชาลักลอบกลับเข้าไทยแล้วกว่า 158 คน นับตั้งแต่เกิดการปะทะ เหตุไร้งาน-ขาดรายได้หลังเดินทางกลับประเทศ สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจ-ขาดโอกาสทำงานในกัมพูชา

กองทัพบก เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา กองทัพบกยังคงตรวจพบและจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายสัญชาติกัมพูชาได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ด้านจังหวัดสระแก้ว

ซึ่งตั้งแต่เกิดการสู้รบจนถึงปัจจุบัน (14 สิงหาคม 2568) สามารถจับกุมได้ทั้งสิ้น 35 ครั้ง รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 158 คน

คอนเทนต์แนะนำ
"มาริษ" ถก 3 ฝ่าย ไทย-จีน-กัมพูชา ขอบคุณจีนเห็นพ้องเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดน

ทบ. จับชาวกัมพูชาลอบเข้าไทยแล้วกว่า 158 คน เหตุไร้งานหลังกลับประเทศ กองทัพบก
ทบ. จับชาวกัมพูชาลอบเข้าไทยแล้วกว่า 158 คน เหตุไร้งานหลังกลับประเทศ

ได้แก่ อำเภออรัญประเทศ 23 ครั้ง ผู้ต้องหา 112 คน, อำเภอตาพระยา 7 ครั้ง ผู้ต้องหา 26 คน, อำเภอวัฒนานคร 1 ครั้ง ผู้ต้องหา 5 คน, อำเภอโคกสูง 1 ครั้ง ผู้ต้องหา 6 คน และอำเภอคลองหาด 3 ครั้ง ผู้ต้องหา 9 คน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศร่วมกับกองร้อยทหารพรานที่ 1204 จับกุมชาวกัมพูชา 10 คน ในพื้นที่บ้านผ่านศึก ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

และเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 12 สิงหาคม 2568 กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยชุดควบคุมทหารพรานที่ 2 กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 524 (ร้อยบ้านแหลม) จับกุมชาวกัมพูชา 46 คน พร้อมผู้นำพาสัญชาติไทย ในพื้นที่บ้านคลองบอน ตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า หลังจากเดินทางกลับกัมพูชาแล้ว ไม่มีงานทำ จึงหาทางกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยผ่านช่องทางผิดกฎหมาย

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่ามีชาวกัมพูชาจำนวนมากยังคงพยายามลักลอบเข้ามาทำงานในไทย เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและขาดโอกาสในการประกอบอาชีพในประเทศตน

กองทัพบกจึงบูรณาการกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดชุดลาดตระเวน ตรวจสอบ และป้องกันอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ พร้อมคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ