9 ก.ย. 2568 ที่ศาลปกครองสูงสุด พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. เดินทางมายื่นคำร้องขอคัดค้านการทำหน้าที่ของตุลาการศาลปกครองสูงสุด และขอให้ปฏิบัติตามจริยธรรมตุลาการศาลปกครองสูงสุด ข้อ 6 ในคดีที่พลตำรวจเอกกิตติรัฐ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน ทั้งนี้ เนื่องจากพบว่าตุลาการศาลปกครองสูงสุดท่านนี้ เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการพิจารณาสำนวนคดี
โดยตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งปี ที่ทั้งคู่เรียนด้วยกัน มีกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกันทั้งในช่วงเวลาเรียน และออกไปศึกษาดูงาน รวมทั้งการพบปะสังสรรค์ระหว่างการเรียน จึงทำให้เกิดความสนิทสนมในฐานะเพื่อน พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ยังย้ำว่า ความเป็นเพื่อน ของตุลาการศาลปกครองสูงสุดท่านนี้ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้ถูกร้อง อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อตนเอง ซึ่งเป็นผู้ร้อง
โดยมองว่าความสนิทสนมของทั้งคู่ อาจทำให้การทำหน้าที่ ของตุลาการศาลปกครองสูงสุดท่านนี้ ไม่เกิดความเป็นกลาง ในการพิจารณาสำนวน ดังนั้นจึงขอคัดค้านการปฎิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลปกครองสูงสุดท่านนี้ และขอให้มีการสอบจริยธรรม และวินัยด้วย
ทั้งนี้เนื่องจาก ตุลาการท่านนี้ ทราบเป็นอย่างดีว่าตัวเองมีความสนิทสนมกับพลตำรวจเอกกิตติรัฐ ในระหว่างเรียน และรู้ว่าเพื่อนร่วมหลักสูตรคนนี้เป็นผู้ถูกร้องในคดี ที่ตุลาการท่านนี้ เป็นผู้พิจารณาสำนวน แต่ท่านกลับเพิกเฉย ไม่ขอถอนตัวจากคดี ทั้งที่เรื่องนี้ เป็นเรื่องของจริยธรรมและวินัย ของศาลปกครอง
การไม่ขอถอนตัวจากคดี จึงถือว่าเป็นการไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมของศาลปกครอง ข้อ 6 ซึ่งเขียนไว้ชัดว่า ตุลาการศาลปกครอง พึงถอนตัวจากการพิจารณาและพิพากษาคดี เมื่อมีเหตุที่ตนอาจถูกคัดค้านได้ตามกฎหมาย หรือเมื่อมีเหตุประการอื่นที่เกี่ยวกับตัวตุลาการศาลปกครอง อันอาจทำให้การพิจารณา พิพากษาคดีนั้น เสียความยุติธรรรม และจักต้องไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการจูงใจตุลาการศาลปกครอง ซึ่งพิจารณาพิพากษาคดีนั้นในภายหลัง ในประการที่อาจทำให้เสียความยุติธรรมได้และยังเป็นการทำผิดวินัย แห่งการเป็นข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ข้อ 5 ด้วย
ในครั้งนี้จึงเดินทางมายื่นข้อร้องเรียน ต่อประธานศาลปกครองสูงสุด ที่ศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอให้ ประธานศาลปกครองสูงสุด ดำเนินการทางจริยธรรมและสอบวินัย กับตุลาการศาลปกครองสูงสุดท่านนี้ด้วย