วันที่ 11 ก.ย.2568 นายประภาศ คงเอียด กรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวผลการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 โดยคดีที่น่าสนใจ กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ได้มีคำพิพากษานายสมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กับพวกรวม 47 ราย ดำเนินการจัดซื้อสารเคมียาปราบศัตรูพืช โดยการประกาศภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
โดยคดีดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการตรวจสอบกรณีการใช้งบประมาณเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีโรคระบาด(ข้าว) งบประมาณ 48,927,963 บาท
โดยพบว่าในปี 2554 นายสมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ได้ประกาศให้พื้นที่ในจังหวัดบึงกาฬ ทั้งหมด 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโซ่พิสัย อำเภอเซกา อำเภอบึงโขงหลง อำเภอบุ่งคล้า อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ อำเภอเมืองบึงกาฬ และอำเภอศรีวิไล เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินโรคระบาดข้าวและจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือในกรณีเร่งด่วน ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ไม่ได้เกิดความเสียหายจนเกษตรกรต้องการความช่วยเหลือ บางอำเภอประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแต่ไม่ได้มีการดำเนินการจัดซื้อสารป้องกันเชื้อรา
ซึ่งศูนย์วิจัยข้าวหนองคายได้ให้ข้อมูลว่า ปี 2553 และ 2554 พบว่าโรคไหม้ข้าวที่เกิดขึ้นในจังหวัดบึงกาฬ เป็นโรคที่เกิดขึ้นทุกปีแต่ไม่ถึงเป็นโรคระบาดรุนแรง และในกระบวนการจัดซื้อคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ได้พิจารณาราคาตามที่ผู้ประกอบการได้นำเสนอ ซึ่งมีราคาสูงกว่าความเป็นจริงที่ขายตามท้องตลาดทั่วไป ในราคาเฉลี่ย 385 บาทต่อขนาดความจุ 1,000 ซีซี ทำให้ราชการได้รับความเสียหายเป็นเงิน 37,436,660 บาท โดยการเสนอราคาเป็นไปในทางไม่สุจริต มีการสมคบคิดร่วมกันกับคณะกรรมการกำหนดราคากลาง เพื่อให้ผู้เสนอราคาขายสารเคมีได้รับการพิจารณาให้เป็นคู่สัญญากับทั้ง 7 อำเภอ
โดยนายอำเภอทั้ง 7 อำเภอ ในฐานะประธานคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยระดับอำเภอ ไม่ได้มีการสำรวจพื้นที่ความเสียหายตรงกับความเป็นจริง ทั้งยังได้อนุมัติและลงนามในสัญญาซื้อขายหรือเอกสารแทนสัญญาซื้อขายสารเคมี และได้เบิกจ่ายเงินตามสัญญาให้แก่ผู้รับจ้าง พฤติการณ์จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้เสนอราคาที่มีการเตรียมการไว้แล้วกับผู้ว่าราชการจังหวัด
ซึ่งกรณีดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าการกระทำของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินและการอนุมัติเงินทดรอง ราชการตามที่นายอำเภอทั้ง 7 อำเภอขอรับการช่วยเหลืองบประมาณจากจังหวัดบึงกาฬ จนกระทั่งทำสัญญาซื้อขายสารเคมี จึงเป็นการร่วมกันฝ่าฝืนระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2546 โดยมีห้างซึ่งเป็นผู้รับจ้างเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด นอกจากนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังได้มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและชี้มูลความผิดทางวินัยหรือให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
กระทั่งวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ได้วินิจฉัยว่า นายสมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กับพวก มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10, 11 และ 12 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และ 157 ตามหน้าที่และอำนาจของจำเลยแต่ละราย กรณีทุจริตการจัดซื้อสารป้องกันเชื้อรา (คาร์เบนดาซิมหรือแมนโคแซบ) ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยโรคระบาดในข้าวในท้องที่จังหวัด บึงกาฬ (โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน กรณีโรคระบาด (ข้าว) งบประมาณ 48,927,963 บาท)