จากกระแสข่าวการพิจารณาเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งยังมีความเห็นทั้งอยากให้เปิด และไม่อยากให้เปิด และแต่ละฝ่ายก็มีเหตุผลของตัวเอง อีกทั้งยังมีกระแสตีกลับไปยังประเทศญี่ปุ่นด้วย เนื่องจากเป็นประเทศหนึ่งที่เรียกร้องให้ไทยกับกัมพูชากลับมาเปิดด่านเหมือนเดิม
ล่าสุด นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ด้วยการขอร้องญี่ปุ่นไม่ให้ต่อลมหายใจให้อันธพาลชายแดน
โพสต์ของนายสามารถ ระบุว่า ใครที่ติดตามชายแดนไทย - กัมพูชา จะเห็นว่ากัมพูชาไม่ต่างอะไรจากอันธพาล ประจำอาเซียน ทั้งใช้กำลังเคลื่อนไหวใกล้ชายแดน, แอบวางทุ่นระเบิด, บุกรุกชายแดนไทย, ยั่วยุทหารไทย ปล่อยลักลอบเข้าเมือง ค้ามนุษย์ และแก๊งคอลเซนเตอร์ เหล่านี้เป็นการไม่เคารพข้อตกลงชายแดน อีกทั้งกัมพูชา ยังมักแสดงท่าทีแข็งกร้าวเมื่อเสียเปรียบ แต่เรียกร้องเอาเปรียบเมื่อได้โอกาส สร้างความปั่นป่วนให้เพื่อนบ้านไม่หยุด และที่กล่าวไปข้างต้นไม่ใช่พฤติกรรมของเพื่อนบ้านที่ดี แต่เป็นพฤติกรรมของอันธพาลที่คอยสร้างปัญหาให้คนอื่น
นายสามารถ ระบุอีกว่า ดังนั้นญี่ปุ่นต้องไม่เป็นผู้ใหญ่ที่ตามใจอันธพาล หากญี่ปุ่นต่อลมหายใจให้กัมพูชา ก็เท่ากับส่งเสริมพฤติกรรมอันธพาลให้ยิ่งได้ใจ ถึงเวลาที่ญี่ปุ่นต้องเลือกแล้วว่าจะยืนอยู่ตรงไหน จะกดดันให้กัมพูชาเลิกพฤติกรรมอันธพาล หรือจะเลือกตามใจให้อันธพาลได้ใจ และญี่ปุ่นเองมีอำนาจต่อรอง เพราะให้การช่วยเหลือทั้ง เงินลงทุน และบทบาทในเวทีโลก จึงควรใช้พลังนี้บังคับให้อันธพาลเคารพกติกา
อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ยังระบุอีกว่า ไทยไม่ใช่เหยื่อของอันธพาล ไทยไม่ได้ปิดด่านเพื่อเอาเปรียบ แต่เพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคง การปิดด่านคืออาวุธการเจรจา ของไทย หากรีบเปิดด่านโดยที่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาชายแดนได้ จะทำให้เสียอำนาจการต่อรอง
ตอนท้าย นายสามารถ ยังระบุว่า ตัวเองไม่เคยลืมบุญคุณรัฐบาลญี่ปุ่นที่ให้ทุนไปเรียนต่อในระดับปริญญาเอก แม้จะผ่านมากว่า 4 ทศวรรษแล้วก็ตาม นั่นเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เรื่องผลประโยชน์ชาติ ตนขอเลือกยืนข้างประเทศไทย จึงขอวิงวอนไปยังญี่ปุ่น ให้หันไปกดดันกัมพูชาให้เลิกทำตัวเป็นอันธพาล แล้วกลับมาเป็นเด็กดีทุกปัญหาจะคลี่คลาย และย้ำว่า อย่าไปต่อลมหายใจให้อันธพาลชายแดน เพราะทุกครั้งที่ยอม หลายปัญหาจะยิ่งบานปลาย