ในกิจกรรมวุฒิสภาพบสื่อมวลชนสัญจร ในช่วงเช้ามีการเสวนาหัวข้อ “เส้นทางบนเกาะกูดสู่ความมั่นคงตามแนวชายแดน” โดยวิทยากร 2 คน คือ นายพิศูจน์ รัตนาวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา ของวุฒิสภา และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ภาคตะวันออก และนาวาเอกรุ่งโรจน์ อินตรา ผู้บังคับการกรมรักษาฝั่งที่ 1
นายพิศูจน์ รัตนาวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา กล่าวถึงพื้นที่ภาคตะวันออกในจังหวัดที่ติดกับชายแดนกัมพูชา คือจังหวัดสระแก้วและจังหวัดตราด
ที่ก่อนหน้านี้มีปัญหาเรื่องความมั่นคงชายแดน ตั้งแต่พื้นที่บ้านสามหลัง พบว่าสถานการณ์ยังทรงตัว แต่กองกำลังป้องกันชายแดนยังคงประจำการอยู่ เพราะยังไม่ไว้วางใจ
ส่วนเกาะกูดปลายแหลมด้านทิศใต้ ทางกรรมาธิการลงพื้นที่พบว่า การส่งกำลังบำรุงยากลำบาก โดยเฉพาะช่วงฤดูมรสุม ซึ่งตอนสถานการณ์ทหารต้องการนำปืนใหญ่ไปตั้งก็ไม่สามารถทำได้ ทางกรรมาธิการให้ความสำคัญ จึงติดตามผลักดันเรื่องงบประมาณได้สำเร็จ ได้รับการสนับสนุนโดยกรมทางหลวงชนบท หลังจากที่การผลักดันถูกตีตกงบประมาณ 2-3 รอบ และจากการสอบถามกรมทางหลวงชนบท โครงการนี้ในปี 2570 จะเริ่มปรับทางดินและคาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นในปี 2571 จะสามารถทำให้กองทัพนำปืนใหญ่ไปตั้ง ซึ่งไม่ต้องยิง แค่นำไปตั้งเขาก็กลัวเรา
นายพิศูจน์ กล่าวว่า หากมีถนนของกรมทางหลวงชนบทเข้าไป ด้านการไฟฟ้าก็สามารถที่จะนำเข้าได้ และผลักดันเรื่องของระบบพลังงานไฟฟ้าได้ดีขึ้น ซึ่งในฐานะกรรมาธิการของวุฒิสภาจะขับเคลื่อนประสานงาน
ด้านนาวาเอกรุ่งโรจน์ อินตรา ผู้บังคับการกรมรักษาฝั่งที่ 1 ฉายภาพการปฏิบัติหน้าที่บนเกาะกูดของทหาร ทั้งการเข้าพื้นที่และการออกพื้นที่ ที่ต้องใช้เวลาซึ่งกลางวันใช้เวลาหลายชั่วโมง คือ ต่อแรกเดินทางโดยเรือ 45 นาที และต่อที่สองในการเข้าพื้นที่ชุมชน 5 กิโลเมตร ใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมง เมื่อมีการแก้ไขเส้นทางแล้วก็ระยะเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ขณะที่ในช่วงเวลากลางคืนไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้เลย จากการผลักดันแก้ไขปัญหาเรื่องเส้นทางแล้วรู้สึกดีใจ
โดยหน่วยงานต่อสู้อากาศยานรักษาฝั่งได้แจ้งไปยังกองทัพเรือว่าการทำถนนเส้นนี้มีประโยชน์ในการส่งกำลังบำรุงและการเข้าถึงประชาชน จึงเห็นด้วยและไม่ขัดข้องในด้านยุทธการ และสามารถสร้างถนนได้ ซึ่งต้องการให้มีถนนเส้นนี้ให้กับหน่วยมานานแล้วและกองทัพเรือรับทราบมาโดยตลอด
ซึ่งกำลังทหารในพื้นที่ดังกล่าวนั้นมีราว 60 คน อยู่ประจำฐาน ซึ่งมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจเต็ม 100% เชื่อว่าหากสร้างถนนเส้นนี้ขวัญกำลังใจของทหารจะดีขึ้น ความลำบากในการเข้าพื้นที่ พอมีเส้นนี้แล้วสามารถเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น รวมถึงการติดต่อต่าง ๆ ได้ง่ายมากขึ้น ที่ไม่ต้องเผชิญคลื่นลมในการเดินทางทางทะเล แต่การเดินทางทางรถน่าจะสะดวกกว่า หลังจากเหตุการณ์ปะทะที่ผ่านมาเกาะกูด ถามว่าฝ่ายตรงข้ามทราบหรือไม่ว่าเราอยู่ตรงไหน ก็ตอบว่าทราบเหมือนกับเรา ที่เราทราบว่าเขาอยู่ตรงไหน วันที่เกิดเหตุน้องก็อยู่ระหว่างเกิดเหตุ
“สิ่งที่มาหาเราคืออากาศยานไร้คนขับ มาทุกคืน มาดูว่าเราทำอะไร เราก็บันทึกว่าเข้ามาทำอะไร สิ่งที่น้องเตรียมการคือการเตรียมความพร้อมของกำลังพล เตรียมความพร้อมของระบบอาวุธ เตรียมความพร้อมของระบบตรวจการ และมีการรายงานให้รับทราบว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง รวมทั้งการป้องกันกรณีเหตุฉุกเฉิน เช่น การที่เขามาทำอะไรกับเรา เช่น โดรนระเบิดมาลักษณะใกล้ตัว คล้ายบอกเหตุ ก็จะเตรียมการพื้นที่ปลอดภัยหรือทำบังเกอร์ไว้ สิ่งที่ได้รับล่าสุดที่จะเสริมด้านความมั่นคงเรื่องของบังเกอร์ เพื่อเกิดความปลอดภัยมากขึ้น” นาวาเอกรุ่งโรจน์
นาวาเอกรุ่งโรจน์ ย้ำว่า ถนนเส้นดังกล่าวนี้มีความสำคัญมาก หากถนนเสร็จก็จะใช้เอาเรือไปเกยอ่าวใหญ่ และจากนั้นขนของผ่านทางรถก็จะทำให้สะดวกมากขึ้น ซึ่งการขนปืนใหญ่ สามารถจะวิ่งไปด้านบนจุดที่มีเรดาร์อยู่ สามารถทำพื้นที่วางอาวุธตัวนี้ได้ เพราะปืนใหญ่เป็นล้อก็จะสะดวกมากขึ้น พร้อมชี้ว่าถนนเส้นนี้มีบทบาทเพื่อไปตั้งปืนในการป้องปราม ระยะรัศมีของปฏิบัติการปืนใหญ่ จะถึงฝั่งตรงข้ามพอดี พอดีเป็นการป้องปรามด้วยหากเขามีเรือ หรือเขาเข้ามาเป็นเรื่องหลักในการป้องกันอธิปไตยในการวางยุทโธปกรณ์จากที่ถนนเส้นนี้เกิดขึ้น
ในช่วงนี้ยังคงเตรียมการป้องปราม เตรียมหวังกำลังวางอาวุธเพื่อทำพื้นที่ตามแนวชายแดนที่ดูแลอยู่เกิดความเรียบร้อย กองทัพเรือว่าจะเป็นทหารของหน่วยใด ยืนยันมีความพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติ และถนนเส้นนี้เมื่อแล้วเสร็จสิ่งที่เตรียมการต่อไปเพื่อรองรับถนนเส้นนี้ เช่น จะดูพื้นที่ว่าตรงไหนสามารถนำปืนใหญ่ไปวางได้เพื่อป้องปรามสิ่งที่เขาจะทำกับเรา นี่คือประโยชน์ของถนนเส้นนี้
ทั้งนี้ช่วงหนึ่ง นาวาตรีทศพล พงศ์ไพศาลศรี ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการเกาะกูด กล่าวว่า หน่วยมีที่ตั้งอยู่ปลายแหลมเทียน ปลายสุดของเกาะกูด ซึ่งเป็นพื้นที่ด่านหน้าติดชายแดนกัมพูชา มีภารกิจตรวจตรา ตรวจจับเรดาร์ รับมือภัยคุกคาม และสนับสนุนกำลังทางเรือ โดยในทุกวันกำลังพลฝึกมีการรบทุกมิติเป็นประจำ เพื่อให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา และดีที่สุด พร้อมรู้สึกดีใจ ที่มีการผลักดันโครงการการก่อสร้างถนน เพราะปัจจุบันการตรวจการณ์อีกฝั่งของเกาะใช้เรือยาง บางวันหากมีพายุ มีคลื่นลมแรงไม่สามารถออกตรวจได้ หากการก่อสร้างถนนแล้วเสร็จ จะทำให้กำลังพลมีกำลังใจ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางอีกฝั่ง
รวมถึงช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางที่รวดเร็ว ในด้านอื่น เช่น การซื้อของ ซื้อเสบียงของกำลังพล การส่งกำลังพลที่บาดเจ็บ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ที่เดิมนั้นต้องใช้เรือซึ่งค่อนข้างลำบาก หากมีถนนเส้นนี้ จะสามารถส่งผู้บาดเจ็บถึงมือแพทย์อย่างรวดเร็ว ถือเป็นการรักษาความปลอดภัยให้กำลังพลด้วย
ส่วนความเป็นอยู่ในเกาะกูด ที่มีประชากรประมาณ 2,000-3,000 คน การใช้ไฟฟ้าจะเป็นการลากสายเคเบิลจากฝั่งตราด ส่วนการใช้น้ำ บนเกาะมีอ่างเก็บน้ำ เพื่อใช้สำหรับอุปโภคบริโภค แต่หากเป็นหน้าแล้งก็จะขาดแคลน
ขณะที่นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ได้ถามว่า หลังจากเกิดความขัดแย้งครั้งที่ผ่านมากับประเทศเพื่อนบ้าน เตรียมการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ หรือมีแนวโน้มจะปะทุกันอีกรอบหนึ่งหรือไม่ นาวาเอกรุ่งโรจน์ ระบุว่า จากการตามข่าวและลงพื้นที่บ้านท่าเส้น บ้านหนองรี และบ้านชำราก ตัวเราเอง การเติมกำลังของเราเองค่อนข้างดีขึ้น มีการเตรียมการเรื่องต่าง ๆ เยอะมาก ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามเขาก็ทำยังดำเนินการป้องกัน ซึ่งเขาทำเราก็ทำ ส่วนจะปะทุอีกหรือไม่ตนตอบได้ยาก เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่อย่างไรก็ตามเรามีความพร้อมที่จะดำเนินการโต้กลับในสิ่งที่เขาจะกระทำกับเรา
"ถ้าถามว่ามีโอกาสไหม ในฐานะมุมมองนักการทหาร หรือว่าทหารที่อยู่ในพื้นที่ก็ถามว่ามันก็ต้องมีโอกาส เพราะที่ผ่านมาเขาค่อนข้างสูญเสียเยอะ ในเวทีการเมืองของประเทศเขาเองก็อาจติดลบค่อนข้างเยอะ อันหนึ่งสิ่งที่เชื่อได้ว่า ณ เวลานี้น่าจะเป็นการระดม หรือว่าเสริมเขี้ยวเล็บของเขา เมื่อวันใดวันหนึ่งเหตุการณ์ประจวบเหมาะเขาก็อาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง ซึ่งถ้าเราเตรียมอยู่มีความพร้อมอยู่ ผมเชื่อว่าในความคิดส่วนตัวเขายังไม่กล้าทำอะไร แต่ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งเราผ่อนเขาอาจจะกลับมา" นาวาเอกรุ่งโรจน์กล่าว
นาวาเอกรุ่งโรจน์ ยังกล่าวว่า ยืนยันว่าทหารถูกเหล่าทัพมีความพร้อม ในส่วนของกองทัพเรือเองก็มีความพร้อม ซึ่งเราเตรียมเฝ้าระวังตลอดเวลา ในภาพของความมั่นคง ทหารที่อยู่ตามแนวชายแดนค่อนข้างมีความพร้อมในการโต้กลับ
ส่วนความคืบหน้าเรื่องเขื่อนดักตะกอนของทางฝั่งกัมพูชาที่จะส่งผลกระทบถึงฝั่งไทยนั้น นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าวว่า การประท้วงของเรามีตลอด แต่ว่าระดับกองทัพเมื่อประท้วงไปแล้ว ก็ต้องไปสู่ระดับนโยบายที่สูงขึ้นไป
"ต้องขอถามว่าท่านเข้าใจคำว่าเขมรไหมครับ เขาไม่สนใจ เราประท้วงอย่างไรเขาไม่เคยสนใจ เอาง่าย ๆ เขายอมรับไหมครับว่าเขาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เขาไม่เคยยอมรับ เขาบอกเป็นทุ่นระเบิดเก่า อันนี้คำว่าเขมร ถามว่าการเกิดการปะทะครั้งที่ผ่านมาเราได้ดำเนินการใหม่ ระยะทางที่ตัดมีช่องเกิดขึ้น แต่ว่าเขาตัดตรงกลาง ถามว่ายังสามารถทำให้ตะกอนทับถมได้หรือไม่ ตอบว่าได้ เพราะว่าพื้นที่ด้านล่าง ที่ลึกลงไปประมาณ 3-5 เมตร ยังไม่เกิดอะไรขึ้นมา ซึ่งเราได้แจ้งขอให้ดำเนินการตรงนี้ ตอบตรงนี้ออก ก่อนที่จะทำเรามีการประท้วงกันทุกรอบ ไม่ใช่ไม่มีการประท้วง คำว่าเขมรคือปากอย่าง ใจอย่าง ความคิดอย่าง คือตกลงในโต๊ะเป็นแบบหนึ่ง แต่ภาคการปฏิบัติเป็นแบบหนึ่ง ดื้อตาใส ไม่สนใจ ฉันจะทำ ที่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่จริง ๆ" นาวาเอกรุ่งโรจน์กล่าว
นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าวต่อว่า ซึ่งเป็นเรื่องระดับนโยบาย แต่พวกตนในภาคปฏิบัติเอง ก็อยากให้เอาออก เพราะอนาคตเรื่องการเจรจาส่วนนี้อาจมีผล ทหารในพื้นที่พยายามประท้วงและทำทุกวิถีทาง แต่อันนี้ก็เป็นเรื่องระดับประเทศ