ที่อาคารรัฐสภา นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ รองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร คนที่สาม แถลงข่าวกรณีได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพและความคุ้มค่าในการก่อสร้างบังเกอร์คุ้มภัยทหารในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด โดยระบุว่า ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขต 1 พรรคประชาชน และรองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เตรียมยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ต่อประธานคณะกรรมาธิการการทหาร เพื่อขอให้คณะกรรมาธิการเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว
นายฉัตร กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้รับการประสานงานจากผู้ร้องเรียน พร้อมได้รับหลักฐานเป็นภาพถ่ายเกี่ยวกับสภาพการก่อสร้างบังเกอร์คุ้มภัยทหารในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ซึ่งเมื่อพิจารณาจากสภาพการก่อสร้างตามภาพถ่าย พบว่ามีการใช้เพียงแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปที่มีความบางมาต่อเป็นผนัง ใช้ท่อนไม้ธรรมชาติเป็นเสาค้ำยันรับน้ำหนัก และใช้ท่อนไม้ร่วมกับแผ่นพลาสติกรองรับดินที่ถมอยู่บนหลังคาบังเกอร์โดย จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้เกิดข้อกังวลสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่
ประเด็นแรก คือ ความเสี่ยงและอันตรายต่อชีวิตของกำลังพล เนื่องจากสภาพโครงสร้างของบังเกอร์มีความเสี่ยงต่อการพังทลาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ดินบนหลังคาจะอุ้มน้ำและมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น อีกทั้งในสถานการณ์ปฏิบัติการจริง โครงสร้างดังกล่าวอาจไม่สามารถป้องกันกระสุนหรือสะเก็ดระเบิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำลังพลในพื้นที่ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการนำกระสอบทรายมาเสริมความแข็งแรงด้วยตนเอง
ประเด็นที่สอง คือ คุณภาพของงานก่อสร้างที่อาจไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ โดยสภาพงานที่ปรากฏไม่สอดคล้องกับมาตรฐานงานวิศวกรรมทหารที่ควรมีสำหรับการก่อสร้างบังเกอร์คุ้มภัย เพื่อปกป้องความปลอดภัยของกำลังพลในพื้นที่ปฏิบัติการ
ประเด็นที่สาม คือ ข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ จากข้อมูลร้องเรียนที่ระบุว่ามีการอนุมัติงบประมาณก่อสร้างบังเกอร์แห่งละ 50,000 บาท แต่มีการว่าจ้างก่อสร้างจริงในราคาหลักหมื่นบาท เมื่อเปรียบเทียบกับลักษณะงานก่อสร้างที่ปรากฏ จึงเกิดข้อสังเกตว่าการใช้จ่ายงบประมาณอาจไม่มีความคุ้มค่า และอาจมีพฤติการณ์ที่ส่อไปในทางทุจริต
นายฉัตร กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงจะยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการการทหาร เพื่อขอให้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุมของคณะกรรมาธิการโดยเร็ว และดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน
เป้าหมายสำคัญของการยื่นเรื่องครั้งนี้ คือ เพื่อปกป้องความปลอดภัยของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง และเพื่อให้การใช้จ่ายเงินภาษีของประชาชนเป็นไปอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุด
เมื่อถามว่ามีข้อมูลหรือไม่ว่าหน่วยงานใดเป็นผู้จัดทำหรือรับผิดชอบสร้างบังเกอร์ นายฉัตร เปิดเผยว่าคือ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ส่วนงบประมาณก่อสร้างบังเกอร์นั้น จากข้อมูลที่ผู้ร้องเรียนให้ไว้ระบุว่า ใช้งบประมาณ หลังละ 50,000 บาท และทั้งสิ้น 90 หลัง ตนเห็นว่า หากใช้งบประมาณดังกล่าว ก็ควรก่อสร้างให้มีความมั่นคงแข็งแรง เพื่อให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนได้รับความปลอดภัยอย่างแท้จริง เพราะหากเกิดเหตุปะทะขึ้นจริง ก็มีความกังวลว่าตัวบังเกอร์อาจพังถล่มลงมาก่อน จนเป็นอันตรายต่อผู้ที่หลบภัยอยู่ภายใน ไม่อยากให้มีการดำเนินการแบบมักง่ายเช่นนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงญาติพี่น้องของกำลังพลที่ต่างก็เป็นห่วง จึงจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าร้องเรียน พร้อมส่งข้อมูลให้คณะกรรมาธิการการทหารตรวจสอบต่อไป