นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมาที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อยื่นหนังสือตรวจสอบ โดยมี นาย สุทธิศักดิ์ สุมน ผู้อำนวยการกองกฎหมายและรองโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. เป็นผู้รับหนังสือ
นายสนธิญา ระบุว่า เรื่องที่ตนมายื่นตรวจสอบประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์เงินบาทแข็ง อันน่าจะมาจากกรณีการเมือง สแกมเมอร์ บ่อนการพนันในประเทศกัมพูชา แลกเงินเรียล มาเป็นเงินบาทไทย เพื่อป้องกันการเสียหายจากระบบเศรษฐกิจ ในประเทศกัมพูชา
และให้ตรวจสอบกรณีการขายทองออกไปยังประเทศกัมพูชา ในรอบ 7 เดือน จำนวน 7 หมื่นล้านบาท โยงการฟอกเงินที่มาจากสแกมเมอร์ และบ่อนการพนันในกัมพูชาหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่องค์การสหประชาชาติ หรือ UN ประกาศว่า กัมพูชา เป็นดินแดนแห่งสแกมเมอร์ หลอกลวง
เพื่อให้ ปปง. ตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงเส้นทางการเงินบริษัทที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย ที่ส่งผลกระทบให้ค่าเงินบาทสูงขึ้น ทำให้เศรษฐกิจประเทศไทยเสียหายอย่างรุนแรง เป็นการซ้ำเติมจากปัญหา ของประเทศกัมพูชา มาสู่ประเทศไทยด้วย จึงร้อง ปปง. ตรวจสอบข้อเท็จจริง ยึดอายัดทรัพย์หากเป็นการฟอกเงิน
โดยหลักฐานวันนี้ คือ กรณีการให้สัมภาษณ์ของของเจ้าหน้าที่สรรพากร และหลักฐานในเรื่องของการส่งออกทอง โดยหลังจากนี้จะยื่นเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ บก.ปปป. ประสานกันเพื่อทำการตรวจสอบด้วย
นายสนธิญา ยังอ้างว่า ได้รับข้อมูลว่าอีก 4 เดือนข้างหน้าเงินทุนสำรองของกัมพูชาจะไม่เหลือ ดังจะเห็นได้จากการที่ผู้นำประเทศกัมพูชาเดินสายไปหลายประเทศเพื่อหาเงิน และเชื่อว่าอาจมีการไปขอกู้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือ ไจก้า ซึ่งเชื่อว่า สหรัฐฯ อียู และหลายประเทศ ก็จะไม่ให้กู้เพื่อมาฟื้นฟูประเทศ หรือหากให้กู้ ก็อาจมีข้อตกลงเรื่องการปราบสแกมเมอร์ การฟอกเงิน
ตนจึงหวังว่า ปปง. จะตรวจสอบประเด็นเหล่านี้ เพราะเชื่อว่าขณะนี้นักธุรกิจ นักการเมือง ผู้ประกอบการในกัมพูชา พยายามจะเซฟตัวเอง ถ่ายเทเงินเรียล มาเป็นเงินบาท และเงินดอลลาร์ ซึ่งเชื่อว่าการถ่ายเทเป็นเงินดอลลาร์จะยากกว่าเงินไทย