ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า ชายแดน ไทย-กัมพูชา ฝั่ง ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด ด้านหลังจุดชมวิวยุทธการบ้านชำราก ซึ่งมีถนนลูกรังตัดเข้าไปถึงบริเวณชายแดนฝั่งไทย มีการตั้งเสาธงชาติไทยไว้ ถัดออกไปแนวชายแดน ตามแผนที่ทหาร พบว่า มีการก่อสร้างฐานทหาร ปลูกยางพารา รวมถึงมีบ้านเรือนประชาชน ซึ่งเป็นดินแดนของไทย แต่กลับถูกชาวกัมพูชาเข้ามาครอบครอง ใช้ประโยชน์
เมื่อลงพื้นที่ไปดู ด้านหลังจุดชมวิวยุทธการบ้านชำราก และใช้โดรนบินสำรวจ ร่วมกับการตรวจสอบด้วยการวิเคราะห์ตำแหน่งด้วยเทคนิคทางภูมิสารสนเทศ จากข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ (Google earth) ร่วมกับแนวเขตประเทศไทยจากแผนที่ L7018 มาตราส่วน 1:50000 พบว่า บริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา ฝั่ง ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด มีฝ่ายกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในประเทศไทยจริง จำนวน 3 จุด
จากรายละเอียดข้างต้น เมื่อลงพื้นที่ชายแดนจริงพบว่า มีฐานทหาร บ้านเรือนประชาชน สวนยางพารา และคูเลตที่รุกล้ำเข้ามา
โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นอธิปไตยของไทย แต่กลับถูกฝ่ายกัมพูชารุกล้ำเข้ามาครอบครองอยู่นานหลายปี แหล่งข่าวเปิดเผยว่า พื้นที่รุกล้ำดังกล่าวมีมานานแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าดำเนินการ รู้เพียงว่าฝั่งไทยได้แจ้งไปยังฝั่งกัมพูชาแล้ว แต่ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือรื้อถอนแต่อย่างใด
นอกจากพบว่ากัมพูชารุกล้ำพื้นที่ไทยเพิ่มเติม ที่บ้านชำรากแล้ว ปรากฎว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (14 ก.ย. 68) เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บินวนอยู่ในพื้นที่ ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด ซึ่งบริเวณนี้เป็นชายแดนติดกับบ้านทมอดา อ.เวียลเวง จ.โพธิสัตว์ ประเทศกัมพูชา
หลังจากการลงพื้นที่เข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่โดยใช้กล้องกล้องอินฟาเรด (Night Vision) พบว่า ในห้วงเวลา 2 ชั่วโมง พบโดรนบินขึ้นจากฝั่งประเทศกัมพูชา วนเวียนในพื้นที่ ต.ชำราก ไม่ต่ำกว่า 10 ลำ โดยจุดดังกล่าวเป็นฐานทหารกัมพูชา ซึ่งหากยึดตามแผนที่ L7018 (1:50,000) จะเป็นจุดที่กัมพูชารุกล้ำเข้ามาก่อสร้างฐานทหารในฝั่งประเทศไทย
แหล่งข่าวได้ให้ข้อมูลว่าบริเวณนี้พบโดรนกัมพูชาเข้ามาบินวนในฝั่งประเทศไทย 2-3 วันแล้ว แต่ยังไม่มีการตอบโต้ใด ๆ จากฝั่งไทย