“ดร.เอ้” ชี้ถนนทรุดเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ-ดินสไลด์ไม่หยุด ห่วง.สามเสนถล่มซ้ำ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ดร.เอ้ สุชัชวีร์” ชี้เหตุถนนทรุดเป็นพื้นที่ภัยพิบัติขนาดย่อม-เสี่ยงอันตรายเหตุดินสไลด์ไม่หยุด แนะอพยพคนออกเร็วที่สุด ห่วงอาคาร สน.สามเสนถล่มซ้ำ

จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวเป็นวงกว้างและลึกหลายสิบเมตร บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิระ (วชิรพยาบาล) ใกล้เคียงกับจุดก่อสร้างสถานีวชิรพยาบาลของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ นั้น

ล่าสุด ศ.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร อธิบายในรายการ “โหนกระแส” ว่า การก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีวชิรพยาบาลอยู่ใต้ดิน ลึกประมาณ 30 เมตร โดยจุดอ่อนแอที่สุดของสถานีรถไฟใต้ดินส่วนใหญ่ คือจุดเชื่อมต่อระหว่างอุโมงค์และกล่องสถานี ซึ่งในต่างประเทศส่วนใหญ่พังถล่มก็จะถล่มจุดนี้แทบทั้งสิ้น

สุชัชวีร์ รายการโหนกระแส
สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร

โดย ศ.สุชัชวีร์ อธิบายว่า เพราะส่วนใหญ่จุดเชื่อมต่อระหว่างอุโมงค์และสถานีจะไม่พอดีกัน แต่จะมีแผ่นยางปิดช่องว่าง แต่หากเกิดการรั่วจะทำให้น้ำหนักของดินด้านบนหลายสิบตันบีบอัดลงมาที่อุโมงค์จนพังถล่ม โดยจากการสอบถาม รฟม.พบว่าบริเวณคออุโมงค์ที่เชื่อมต่อกับกล่องสถานีพังถล่มทั้งหมด แต่ตัวสถานียังปลอดภัย ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตุกันว่าดินทรุดเพราะการก่อสร้างอุโมงค์ไปทำให้ท่อน้ำประปาแตกก่อนหรือไม่ มองว่า อุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินทั่วโลกต้องรองรับทั้งดินและน้ำ ไม่ว่าน้ำจะท่วมแค่ไหน จุดเชื่อใต่อของสถานีและอุโมงค์จะต้องซีลปิดสนิท ซึ่งก็สันนิฐานว่าจุดอ่อนอยู่จุดนี้จนอาจจะเป็นสาเหตุของการพังถล่ม

ส่วนดินปริมาณมากที่ทรุดลงไปเชื่อว่าไหลลงไปอยู่ในกล่องสถานีรถไฟใต้ดินทั้งหมด ดินไม่ได้หายไปไหน แต่อย่างไรก็ตามยืนยันว่าโครงสร้างรถไฟใต้ดินที่ก่อสร้างเสร็จแล้วและเปิดให้บริการมีความปลอดภัย ประชาชนไม่ต้องตกใจ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง

อย่างไรก็ตาม ศ.สุชัชวีร์ ยังบอกอีกว่า ปกติการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่จะมีเครื่องมือวัดการเคลื่อนตัวของชั้นดิน หากเกิดการทรุดตัวหรือเคลื่อนตัว จะมีการส่งสัญญาณเตือนทันที แต่สงสัยว่าทำไมเครื่องมือวัดดังกล่าวไม่เตือน นอกจากนั้นมองว่า เหตุการณ์ดินยุบตัวครั้งนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นช่วงต้นปี เพราะโครงสร้างใต้ดินสามารถรับแรงแผ่นดินไหวได้ดีกว่าโครงสร้างบนดิน และจากข้อมูลที่มีพบว่าอุโมงค์และสถานีดังกล่าวสร้างเสร็จหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว

ดร.เอ้ รายการโหนกระแส
ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร ในรายการโหนกระแส

ส่วนพื้นที่บริเวณข้างเคียงจะถล่มลงไปด้วยหรือไม่นั้น ศ.สุชัชวีร์ บอกว่า เมื่อดินถล่มเข้าไปในสถานีรถไฟใต้ดินแล้ว ทำให้ดินด้านบนเกิดหลุมยุบ ทำให้พื้นที่ด้านบนไม่มีอะไรป้องกัน อาจจะทำให้เกิดการสไลด์ของดินไปเรื่อยๆ ดังนั้นพื้นที่ใกล้เคียงทั้งหมดเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตรายที่สุด โดยอุโมงค์ที่ยุบมีความลึด 23 เมตร หากอาคารใกล้เคียงมีเสาเข็มลึดไม่ถึง 23 เมตรก็ถือว่าอันตราย เพราะดินจะสไลด์ลงไปเรื่อยๆ แต่ถ้าอาคารที่มีเสาเข็มลึกกว่า 23 เมตรก็พอไหว แต่ยังต้องติดตาม ส่วนอาคารที่เสาเข็มตื้นกว่านั้นรวมถึงถนนที่ไม่มีเสาเข็มถือเป็นพื้นที่อันตรายทั้งหมด เป็นเขตที่ต้องดูแลควบคุมเป็นเขตภัยพิบัติระดับย่อม ยิ่งถ้ามีฝนตกดินก็จะยุบตัวไปเรื่อยๆ ซึ่งถือว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วงมาก

ทั้งนี้สำหรับทางแก้จะต้องปิดรูที่ดินไหลเข้าไปในสถานีรถไฟใต้ดินให้ได้เร็วที่สุด ต้องปิดให้สนิทเลย ส่วนดินพื้นที่ใกล้เคียงที่จะไหลไปทับพื้นที่หลุมที่ยุบไปแล้วนั้นยากที่จะปิ้งกันจนกว่าจะหยุดด้วยตัวเอง เพราะถ้าเอารถแบคโฮไปขุดจะยิ่งเป็นการไปรบกวนเพิ่มอีก ดังนั้นที่ทำได้คือต้องภาวนาให้หยุดการสไลด์โดยเร็วที่สุด ส่วนอาคารเตี้ยอาคารขนาดเล็กใกล้เคียงพื้นที่หลุมยุบต้องออกจากพื้นที่แล้ว ส่วนอาคารสถานีตำรวจสามเสนก็มีโอกาสจะถล่มเหมือนกัน  เพราะดินข้างล่างกลายเป็นโพลงหมดแล้ว หากมีฝนตกลงมาอาจจะทำให้สถานีตำรวจสามเสนถล่ม และควรรีบอพยพคนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงทันที ส่วนอาคารโรงพยาบาลวชิระนั้น ตนจะลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างต่อไป

นายกวิศวกรรมสถาน รายการโหนกระแส
รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

ด้าน รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ บอกว่า ตอนมองในทิศทางเดียวกับ ศ.สุชัชวีร์ ว่าสาเหตุในการพังถล่มไม่ใช่เหตุผลเพราะท่อน้ำแตก ซึ่งตนกังวลในเรื่องของน้ำใต้ดิน เพราะระดับน้ำใต้ดินบริเวณนั้นอยู่ตื้นเพียง 12-13 เมตร ดังนั้นพอมีช่องว่างระหว่างอุโมงค์กับสถานี น้ำใต้ดินก็จะพาดินไหลออกไป แต่ไม่ใช่เพราะท่อแตกแล้วน้ำพาดินไหลไป เพราะปริมณดินที่ทรุดลงนั้นเทียบเท่ากับปริมาณดินที่ต้องใช้รถสิบล้อขนเป็นพันคัน ดังนั้นน้ำกับดินปริมาณขนาดนั้นหายไปไหน คำถามคือกระบวนการพังนี้เกิดขึ้นในคืนเดียว หรือเกิดขึ้นมานานแล้ว ซึ่งต้องเก็บข้อมูลจากคนที่ทำงานในอุโมงค์ว่าได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ ซึ่งต้องไปดูไทม์ไลน์ว่าระหว่างนั้นมันเกิดอะไรขึ้น

ส่วนความยากของการซ่อมทางวิศวกรรมก็ยากพอสมควร นอกจากนั้นยังมีความยากในแง่กฎหมาย ซึ่งต้องมาตกลงว่าเป็นความรับผิดชอบของใคร ใครจะต้องเป็นเจ้าภาพในการซ่อม ความผิดพลาดเกิดขึ้นจากใคร ซึ่งตนว่าเรื่องนี้เรื่องใหญ่ต้องหาทางออกทางกฎหมายให้ดี เพราะคนที่เกี่ยวข้องมีทั้ง รฟม. บริษัมทผู้รับเหมาก่อสร้าง บริษัทควบคุมงาน เป็นต้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ