พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำทีมหน่วยปฏิบัติการร่วมทั้งทหาร และหน่วยปฏิบัติการพิเศษจากตำรวจ หน่วยอรินทราช 26 จาก กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย หน่วยนเรศวร 261 จาก กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยคอมมานโด จากกองบัญชาการสอบสวนกลาง รวมถึง เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล หรือ ศตก. และ "ศูนย์รักษาความปลอดภัย" เป็นหน่วยงานด้านข่าวกรองและความมั่นคงภายใต้ กองบัญชาการกองทัพไทย
ลงพื้นที่หน้าแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตรวจเยี่ยมการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แนวหน้า บริเวณปราสาทตาควาย และเยี่ยมทหารบนภูมะเขือ รวมถึงดูการปฏิบัติงานและให้กำลังใจหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด และการก่อสร้างถนน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภาพการนำ หน่วยอรินทราช 26 ,หน่วยนเรศวร 261 และหน่วยคอมมานโด ลงพื้นที่คือเหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา
ปรากฎว่าหลังภาพเหตุการณ์ หน่วยอรินทราช 26 ,หน่วยนเรศวร 261 และหน่วยคอมมานโด ลงพื้นที่ปราสาทตาควายและภูมะเขือออกไป ทางสื่อกัมพูชาก็นำภาพเหล่านี้ไปตีข่าวทันที กล่าวหาไทยว่าเติมกำลังในพื้นที่ เท่ากับว่า ประเทศไทยได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะความกระหายสงคราม ละเมิดดินแดนกัมพูชา
ด้านวาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร ระบุว่า ทั้งหน่วย หน่วยอรินทราช 26 ,หน่วยนเรศวร 261 และหน่วยคอมมานโด -อากาศโยธิน -ศตก. -หน่วยรบพิเศษ -หน่วยซีล-ในนาม “หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม ทหาร-ตำรวจ” (นปพ.ร่วม) อยู่ในพื้นที่มานานเป็นเดือนแล้ว
มี “มิชชั่นลับ” ที่ทำทหารกัมพูชาขยาด ไม่กล้ามาวางระเบิดเพิ่ม หรือมาใกล้แนวลวดหนามเราอยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งนำกำลังเข้าไปตอนนี้อย่างที่มีข่าว แต่อาจมีการสับเปลี่ยน หรือเพิ่มเติมกำลัง ตามวงรอบ และตามสถานการณ์ แต่ที่เข้าไปวันนี้ คือ ระดับ ผบ.หน่วย ที่จะไปดูในพื้นที่ เพื่อวางแผน ปรับแผน รับมือการเพิ่มกำลัง และมีความเคลื่อนไหวบางอย่างหลังจากเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ระดับ ผบ.หน่วย ได้ลงพื้นที่ ปราสาทตาควาย และภูมะเขือ กับ พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสุด มาแล้ว และในการลงพื้นที่ครั้งนีั ผบ.ทหารสูงสุด ได้มาเยี่ยม บรรดา หน่วยปฏิบัติการพิเศษ เหล่านี้ด้วย