บรรยากาศที่โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งวันนี้เป็นวันครบรอบ 1 ปี การเสียชีวิตของ 23 ครูและนักเรียน โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จากเหตุการณ์ไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา ที่บนถนนวิภาวดี-รังสิต ขาเข้า กทม. เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567
ในวันนี้ที่โรงเรียนได้มีการจัดพิธีทำบุญเพล เพื่ออุทิศส่วนกุศล และเพื่อรำลึกถึงการจากไปของครูและนักเรียนทั้ง 23 ราย โดยมีครู นักเรียน และผู้ปกครองเดินทางมาช่วยกันจัดเตรียมสถานที่กันตั้งแต่เช้า
โดยในช่วงพิธีวางดอกไม้รำลึก ได้มีการกล่าวคำระลึกถึงและพิธีทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ โดยมีนายอนุพันธ์ สารสุวรรณ์ กำนัน ตำบลระบำ ,นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.จังหวัดอุทัยธานี เขต 2 ประธานวิปรัฐบาล เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.เสาวลักษณ์ บุญจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 2 ตลอดจน ส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ ครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยนายวรเชรษฐ ชาเมืองกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม คณะครู และนักเรียน ร่วมในพิธี ดังกล่าว
นางอัชรา อายุ 42 ปี หนึ่งในแม่ของน้องนักเรียนที่เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่าถึงจะครบ 1 ปีแล้วก็จริง แต่ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ ยังรู้สึกเหมือนกับว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นไป ซึ่งวันที่ลูกเกิดเหตุนั้น พอทราบข่าวก็เดินทางไปหาลูกทันที เพราะที่ทำงานอยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุ วันที่ไปถึงเห็นสภาพรถถูกไหม้ไปจนหมด ยังจำได้ดีว่าวันนั้นตนเองพยายามตามหาลูก ว่าลูกอยู่ตรงไหน ซึ่งวันนั้นมีลูกอยู่ในรถด้วยกัน 2 คน แต่ว่าน้องคนเล็กสามารถวิ่งหนีลงมาได้ทัน ส่วนลูกอีกคนที่เสียชีวิตลงมาจากรถไม่ทัน
ในส่วนของคดีความ ตนมีทนายความส่วนตัว ซึ่งหลังจากที่ศาลมีคำสั่งตัดสินให้ทางเจ้าของรถบัสให้รอลงอาญา ตัวเองก็ไม่มีความรู้ในเรื่องกฎหมายอะไรมากนัก ซึ่งก็ได้ทำการปรึกษากับทางทนายส่วนตัว ขอให้ทางทนายช่วยดูว่าควรจะดำเนินการไปในทิศทางไหนดี แต่หากมองภาพรวมแล้วว่าไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับตัวลูกๆ และครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว ก็อาจจะจบลงกันไป เพราะการรอลงอาญา 4 ปีนั้น มันเทียบกับการตีค่าชีวิตของทั้ง 23 ชีวิตได้ไหม? เพราะชีวิตคนเราตีค่าไม่ได้ จึงมองว่ามันสมควรไหม กับสิ่งที่ครอบครัวพวกเราต้องสูญเสีย