จากกรณีในโลกโซเชียมีเดียมีการตั้งข้อสังเกตุว่า พื้นที่อีกจุดหนึ่งของไทยที่อาจจะถูกกัมพูชาบุกยึดคือ “ปราสาทคนา” ซึ่งอยู่ในพื้นที่บริเวณหนองคนา ใน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ หลังมีภาพคนกัมพูชาเผยแพร่ในโซเชียลว่ามีการสร้างบันไดจากฝั่งกัมพูชาขึนมาเที่ยวชมในพื้นที่ปราสาทดังกล่าว
ล่าสุด นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ให้สัมภาษณ์ยืนยันกับทีมข่าวพีพีทีวี ว่า ตัวปราสาทดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ประเทศไทย พร้อมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นรายงานการลงพื้นที่ไปสำรวจเมื่อปี 2544
โดยนายพนมบุตร เปิดเผยว่า กรมศิลปากรเคยได้รับแจ้งจากตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ในพื้นที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ว่ามีการค้นพบปราสาทหินแห่งใหม่ในเขตตำบลแนงมุด เมื่อปี 2544 จึงนำไปสู่การสำรวจร่วมระหว่างกรมศิลปากรและ ตชด. ในการสำรวจครั้งนั้น ได้มีการบันทึกพิกัดทางภูมิศาสตร์อย่างเป็นทางการ และตรวจพบหลักฐานสำคัญหลายประการ ได้แก่ 1.ปราสาทอิฐอย่างน้อย 3 หลัง 2.กำแพงศิลาแลง และ 3. ทับหลังโบราณ 4 ชิ้น
จากการศึกษาทับหลัง ทำให้ทราบว่าปราสาทดังกล่าวมีอายุราว 1,000–1,100 ปี หรืออยู่ในช่วง พุทธศตวรรษที่ 15 โดยกรมศิลปากรได้จัดทำรายงานการสำรวจเป็นเล่มสมบูรณ์ และเก็บไว้เป็นหลักฐานจนถึงปัจจุบัน
นายพนมบุตร ย้ำว่า จากการลงพื้นที่เมื่อปี 2544 พบร่องรอยชัดเจนว่า ปราสาทคนาแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขต ป่าห้วยทับทัน ภายใต้การดูแลของกรมป่าไม้ และไม่มีทหารหรือชาวกัมพูชาอยู่ในบริเวณดังกล่าวในช่วงเวลาสำรวจ จึงเชื่อมั่นว่าเป็นโบราณสถานที่อยู่ในเขตประเทศไทย โดยก่อนจะลงพื้นที่ไปสำรวจก็มีพิกัดและข้อมูลยืนยันแน่ชัด
“ถ้าจะถามผมว่ามันอยู่ในมีพื้นที่ประเทศไทยหรือเปล่า ผมก็มั่นใจหรือค่อนข้างมั่นใจว่าน่าจะอยู่ในแผนที่น่าจะอยู่เป็นพื้นที่ของเรา เพราะว่าตอนนี้สำรวจไม่มีทหารกัมพูชา หรือว่าไม่มีฝ่ายเขมรอยู่ในพื้นที่นั้นเลย ตอนที่เราไปสำรวจ และอย่างที่ผมบอกว่ามันก็มีพิกัดเส้นรุ้งเส้นแวงที่ยืนยันแล้วเมื่อประกาศว่ามันเป็นเขตป่าห้วยทับทันมันก็น่าจะเป็นดินแดนของประเทศเรา แต่ในเรื่องอื่นเป็นต้นว่ามีการสร้างบันไดหรืออะไรขึ้นมาเนี่ยผมไม่ทราบจริงๆ”
นายพนมบุตร กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ปัจจุบันจะมีรายงานเรื่องการสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม เช่น บันได แต่ตนไม่ขอยืนยันรายละเอียด อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงสำคัญคือ ปราสาทแห่งนี้เป็นโบราณสถานที่กรมศิลปากรเคยสำรวจและบันทึกไว้เรียบร้อยตั้งแต่ปี 2544 โดยหน้าที่ของกรมศิลปากรคือการสำรวจ ค้นหา ขึ้นทะเบียน และอนุรักษ์โบราณสถาน ไม่ว่าจะอยู่ในป่า ถ้ำ หรือใต้ท้องทะเล โดยทั่วประเทศมีโบราณสถานมากกว่า 7,000 แห่ง และยังคงค้นพบใหม่อย่างต่อเนื่อง การสำรวจในปี 2544 จึงเป็นการปฏิบัติตามภารกิจของกรมศิลปากรเช่นเดียวกับการสำรวจแหล่งโบราณคดีอื่น ๆ
ทั้งนี้ รายงานที่จัดทำเมื่อปี 2544 ยังคงมีอยู่ โดยเป็นเอกสารสำเนาพร้อมภาพถ่ายประกอบ แม้จะเป็นภาพขาวดำ แต่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับลักษณะสถาปัตยกรรม สภาพโบราณสถาน และสิ่งที่ค้นพบ ซึ่งถือเป็นหลักฐานทางราชการที่ยืนยันการสำรวจอย่างเป็นระบบ
ส่วนประเด็นความซ้ำกันของชื่อปราสาท ที่มีการปรากฏชื่อปราสาทคนาทั้งในไทยและกัมพูชา นายพนมบุตร กล่าวว่า ไม่สามารถยืนยันได้ว่าทั้งสองแห่งมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ แต่คาดว่าด้วยลักษณะพื้นที่ชายแดนที่มีความใกล้ชิดกัน รวมถึงการใช้ภาษา อาจทำให้สถานที่มีชื่อเรียกที่คล้ายคลึงกันได้