จากกรณี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการบูรณะปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการขอจัดสรรงบประมาณ และคาดว่าขั้นตอนการบูรณะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี
ซึ่งจากข่าวดังกล่าวทำให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ต่างดีใจที่จะมีการบูรณะปราสาทตาควายให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ซึ่งจะได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและกลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิม
ขณะเดียวกันประชาชนชายแดนในพื้นที่ ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ต่างก็ต้องการให้กรมศิลปากร มีการบูรณะปราสาทคนา บ.แนงมุด ต.แนงมุด อ.กาบเชิงฯเช่นเดียวกัน โดยนายวีรวัฒน์ พันธุ์ศิลป์ อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านแนงมุด ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่จะมีการบูรณะปราสาทตาควาย จะเป็นที่ท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และก็อยากให้ รมว.วัฒนธรรม และกรมศิลปากร ช่วยลงพื้นที่มาสำรวจและบูรณะปราสาทคนาด้วยเช่นกัน เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแนวชายแดน อ.กาบเชิง ที่เชื่อมต่อกันกับปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนธมอีกแห่ง
โดยก่อนจะถึงปราสาทคนาก็จะมีปราสาทเล็กอีกแห่งชื่อปราสาทดินแดง มีสระน้ำโบราณใกล้ปราสาทคนา หากมีการบูรณะปราสาทคนา จะมีความสวยงามเช่นเดียวกันกับปราสาทตาควาย เพราะอยู่บนเนินเขา สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและฝั่งประเทศกัมพูชาที่อยู่ด้านล่างได้อย่างชัดเจนเช่นกัน และยังมีทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่สวยงามใกล้กับปราสาทคนาด้วย เวลาหน้าฝนจะมีหญ้าขึ้นเขียวขจีและดอกไม้ป่าต่างๆขึ้นจะสวยงามมาก จึงอยากฝากถึง รมว.วัฒนธรรม ช่วยสำรวจและบูรณะปราสาทคนาด้วย เพราะเมื่อปี 2544 กรมศิลปากรก็เคยมาสำรวจครั้งหนึ่งแล้วด้วย
อดีตผู้ใหญ่บ้านแนงมุดฯ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์ชายแดนตนมองว่า 50/50 ที่จะเกิดการสู้รบรอบ 3 เพราะทหารกัมพูชาก็ยังคงมีการยั่วยุอยู่ ส่วนมากจะทางฝั่งโอรเสม็ดและช่องระยี อ.กาบเชิงฯ เพราะเป็นพื้นที่ๆ ทหารกัมพูชาเคยเข้ามาทำกิน ไม่ว่าจะสวนมะม่วงที่รุกล้ำมาปลูก ก็คงอยากได้คืน ดังนั้นสถานการณ์ไว้ใจไม่ได้ ส่วนชาวบ้านเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ดำเนินชีวิตตามปกติ ส่วนเรื่องกำแพงชายแดนก็อยากให้สร้าง ส่วนด่านชายแดนก็อยากให้ปิด เพราะกัมพูชาไม่ยอมหยุดยั่วยุก่อกวนตลอดเวลา เปิดไปก็มีปัญหา ตราบใดที่กัมพูชายังไม่ยอมรับและขอโทษประเทศไทย อยากให้ปิด 500 ปีไปเลยว่าจะเป็นอย่างไร