"ผบ.ตร." เซ็นปลด "วิระชัย ทรงเมตตา” ปมคลิปเสียงคดียิงรถ "บิ๊กโจ๊ก"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ผบ.ตร." เซ็นลงโทษ ปลด "พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรอง ผบ.ตร. ออกจากราชการ ปมคลิปเสียงคดียิงรถ "บิ๊กโจ๊ก"

วันที่ 3 ตุลาคม 2568 มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 439/2568 เรื่อง ลงโทษปลด พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรอง ผบ.ตร. ออกจากราชการ ใจความว่า

ด้วย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา (เกษียณอายุราชการ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565) ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ถูกกล่าวหา มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

วิระชัย ทรงเมตตา FB / ดร.วิระชัย ทรงเมตตา - Wirachai Songmetta
พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

โดยผลการสอบสวนรับฟังได้ว่า พล.ต.อ.วิระชัย กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ต้องรักษาความลับของทางราชการ ต้องไม่กระทำการอันเป็นสาเหตุให้แตกความสามัคคีระหว่างข้าราชการตำรวจ ต้องไม่กระทำหรือละเว้นการกระทำใดๆ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการหรือทำให้เสียระเบียบแบบแผนของตำรวจ กระทำหรือละเว้นการกระทำใดๆ  รวมทั้งการกระทำผิดตามมาตรา 78 อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 79 (5), (6) ประกอบมาตรา 78 (6), (10), (15)

โดยมีพฤติการณ์การกระทำผิด คือ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2563 ในระหว่างที่ ผบ.ตร.ขณะนั้นลาพักผ่อนและให้เดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งมี พล.ต.อ.วิระชัย ผู้ถูกกล่าวหา รักษาราชการแทน ผบ.ตร. โดยในคืนวันเดียวกัน ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงไปที่รถยนต์ของพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ในท้องที่ สน.บางรัก หลังจากนั้น พล.ต.อ.วิระชัย ได้ให้ข่าวและให้สัมภาษณ์ว่าไม่มีประเด็นเรื่องชู้สาวไม่ได้ประกอบธุรกิจส่วนตัว ไม่มีความขัดแย้งกับบุคคลใด จึงตัดประเด็นดังกล่าวออกจากแนวทางการสืบสวนสอบสวน แต่ให้สัมภาษณ์ในทำนองว่าประเด็นโครงการ Biometrics ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

จากนั้นวันที่ 8 มกราคม 2563 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ใช้โทรศัพท์พูดคุยกับ พล.ต.อ.วิระชัย เพื่อกำชับการปฏิบัติราชการเกี่ยวกับการให้ข่าวให้สัมภาษณ์ในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวข้อง แต่ พล.ต.อ.วิระชัย ได้ลักลอบบันทึกเสียงสนทนาโดยที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ไม่ทราบและไม่ได้ให้ความยินยอม โดยได้อ้างว่าสาเหตุที่ได้ทำการบันทึกเสียงสนทนานั้น เนื่องจากเห็นว่าข้อสั่งการของผบ.ตร.เป็นข้อสั่งการที่สำคัญและเป็นข้อสั่งการที่ชอบด้วยระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงได้บันทึกเอาไว้เพื่อจุดประสงค์ในการฟังทบทวนคำสั่งไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติและเพื่อให้ได้ความสมบูรณ์ครบถ้วนและเข้าใจได้อย่างถูกต้องในการรับคำสั่ง

หลังจากนั้นปรากฎว่า คลิปเสียงสนทนาดังกล่าว ถูกเผยแพร่ในสื่อมวลชน ทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ ตลอดจนสื่อสังคมออนไลน์ นำคลิปเสียงสนทนาดังกล่าวเปิดเผยเช่นเดียวกัน โดยมีลักษณะการนำเสนอในทำนองว่า ผบ.ตร.สั่งการให้ พล.ต.อ.วิระชัย ยุติการสืบสวนสอบสวนหรือสั่งการไม่ให้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ส่งผลให้เกิดวิพากษ์วิจารณ์ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ ผบ.ตร. และมีการแสดงความคิดเห็นถึง ผบ.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น เกลียดชัง

วิระชัย ทรงเมตตา FB / ดร.วิระชัย ทรงเมตตา - Wirachai Songmetta
พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ดังนั้นการที่ พล.ต.อ.วิระชัย ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนดังกล่าว ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดของประชาชนโดยทั่วไปที่ได้รับข้อมูลข่าวสาร จนเป็นเหตุให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติถูกดูหมิ่น เหยียดหยาม เกลียดชัง อันเป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ ทำให้เกิดการแตกความสามัคคีระหว่างข้าราชการตำรวจ ทั้งก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างร้ายแรง

และการที่ผู้ถูกกล่าวหาลักลอบบันทึกเสียงสนทนากับผู้บังคับบัญชา  แล้วมีสื่อมวลชนนำไปเผยแพร่ เป็นการทำให้เกิดการแตกความสามัคคีระหว่างข้าราชการตำรวจอันส่งผลโดยตรงต่อการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเหตุให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง และทำให้บุคคลทั่วไปที่ได้รับทราบข้อมูลจากการเสนอข่าว แสดงความคิดเห็นต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในลักษณะดูหมิ่น เหยียดหยาม เกลียดชัง อันเป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อเกียรติศักดิ์ตำแหน่งหน้าที่ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์และนำความเสื่อมเสียมาสู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างร้ายแรง

คณะกรรมการพิจารณาเพื่อเสนอแนะการลงโทษตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 125 วรรคสอง พิจารณาในการประชุมครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ที่ประชุมมีมติเห็นควรลงโทษปลดพล.ต.อ.วิระชัย ออกจากราชการ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 มาตรา 125 มาตรา 179 และมาตรา 180 แห่งพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ระเบียบ ก.ตร. ว่าด้วยวันออกจากราชการของข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2547 ข้อ 6 (3) จึงให้ลงโทษปลด พล.ต.อ.วิระชัย  ออกจากราชการ ทั้งนี้ แต่วันที่ 30 ก.ย.2565 ซึ่งเป็นวันสิ้นถึงประมาณและผู้นั้นมีอายุครบ 60 ปี บริบูรณ์

อนึ่ง หากผู้ถูกลงโทษประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งนี้ ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค.ตร. ภายใน 30 วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่ง และหากประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือ ภายใน 90 วัน นับแต่วันพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องขอทราบผลการวินิจฉัยอุทธรณ์

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ