ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าไหมตำบลท่าสว่าง หมู่บ้านท่าสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีส่วนร่วมในการทอผ้าไหมยกทองเมืองสุรินทร์เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายสำหรับพระราชทานแด่พระราชอาคันตุกะในอดีต นางสมบัติ งามเด่น อายุ 52 ปี ผู้ทอด้วยกี่ (เครื่องทอผ้าไหม) หรือการทอมือโบราณ กล่าวด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โดยระบุว่า ชาวบ้านตำบลท่าสว่างรู้สึกเสียใจและร้องไห้เมื่อทราบข่าวการสวรรคตและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงมีต่อผ้าไหมไทย
ด้าน นางใจ หนึ่งในสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าไหมตำบลท่าสว่าง เล่าด้วยความอาลัยว่า เมื่อทราบข่าวการสวรรคตของ "สมเด็จพระพันปีหลวง" ตนและกลุ่มชาวบ้านรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น "พระมารดาแห่งไหมไทย" ที่จากไป
โดยกลุ่มกลุ่มสตรีทอผ้าไหมในตำบลท่าสว่าง จังหวัดสุรินทร์ เป็นอีกจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน ที่มีวัฒนธรรมการทอผ้ามานาน มีเอกลักษณ์เด่นเฉพาะในเรื่องผ้าไหม มีกรรมวิธีการทอที่สลับซับซ้อนซึ่งต้องใช้ความสามารถและอาศัยทักษะความชำนาญ อย่างเช่น ผ้าไหมยกทองเมืองสุรินทร์
ในอดีตกลุ่มกลุ่มสตรีทอผ้าไหมในตำบลท่าสว่างได้ทอผ้า เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงพระราชทานให้สมเด็จพระราชาธิบดี สมเด็จพระราชินี และผู้แทนพระองค์จากหลายสิบประเทศทั่วโลก ที่จะเสด็จฯ เข้าร่วมพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ยังประเทศไทย ในระหว่างวัน ที่ 12-13 มิ.ย. 2549 จำนวน 28 ผืนตามกำหนด