ขณะที่โซเชียลของชาวสุรินทร์ ต่างเริ่มมีการเคลื่อนไหว เกี่ยวกับการทวงคืนปราสาทตาควายกันแล้ว ทั้งเชิญชวนให้ประชาชนที่เคยไปเที่ยวนำภาพปราสาทตาควายที่ถ่ายไว้มาโพสต์โชว์ และต่างต้องการให้รัฐบาลและทหารนำดินแดนไทย และปราสาทตาควายกลับมคืนมาให้หมด
ไม่ต่างจากเพจเฟซบุ๊กของอินฟูลคนดังชาวสุรินทร์ "อ้อ ไพรัช-คนกรุงเทพเหลา" ที่ได้โพสต์ว่า เร็วๆนี้จะรวมตัวแก๊งมอเตอร์ไซค์ทั้งจังหวัดสุรินทร์ ทวงคืนปราสาทตาควาย ไม่คืนไม่เปิดด่าน ซึ่งมีคนเข้าไปคอมเมนต์สนับสนุนจำนวนมาก
ด้านพี่เล็ก วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร โพสต์เฟซบุ๊ก เปิด 13 พื้นที่ที่ไทย เสนอกัมพูชาร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิด ข้อ 2 จาก 4 ข้อตกลงสันติภาพ วัดใจ “ปราสาทตาควาย” กัมพูชาจะยอมหรือไม่ โดยพลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ที่ประชุมฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการประสานงานชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 ของไทย และภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา ในด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ฝ่ายไทยได้เสนอพื้นที่ดำเนินการเบื้องต้นจำนวน 13 พื้นที่ ครอบคลุมเขตปฏิบัติของกองทัพภาคที่ 1, กองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี–ตราด อาทิ
บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว, บ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว, ช่องบก จ. อุบลราชธานี, ช่องอ่านม้า จ. อุบลราชธานี, ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์, บ้านชำราก เมืองตราด เป็นต้น
ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้วใน 4 พื้นที่ และจะขยายผลต่อเนื่องไปยังพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป โดยเฉพาะในช่วงหลักเขตที่ 42–47 โดยเมื่อพื้นที่มีความปลอดภัย จะเข้าสู่กระบวนการสำรวจ เพื่อจัดทำหลักเขตแดนชั่วคราว และตรวจสอบสิทธิ์การถือครอง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย