นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ประกาศ ณ ด้านหน้าจุดตรวจ 40 บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ว่าถ้าภายในวันที่ 31 ต.ค.2568 เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ไม่สามารถผลักดันชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้วได้ ตนจะพามวลชนเข้าไปไล่ชาวกัมพูชาด้วยตัวเอง ถ้าทหาร ตำรวจ ขัดขวางจะเกิดการนองเลือดแน่นอน แต่ถ้าภายใน13.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถผลักดันชาวกัมพูชาออกจากแผ่นดินไทยได้ ตนจะพามวลชนกลับ
นายวีระ ยืนยันว่า ทหาร ตำรวจไม่มีสิทธิ์ห้าม เพราะสิ่งที่ประชาชนจะทำในวันพรุ่งนี้ ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำตามมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าไว้ว่า ปวงชนชาวไทยมีหน้าที่ป้องกันประเทศ คนที่ผิดกฎหมายคือ กัมพูชาที่มาแย่งแผ่นดินไทย
พร้อมย้ำว่า พื้นที่จำนวน 64 ไร่ ที่บ้านหนองจาน ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเส้นเขตแดน, ไม่เกี่ยวกับ MOU 43 แต่เป็นการรุกล้ำแผ่นดินไทยที่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ปล่อยปละละเลย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มากว่า 40 ปี เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่อยากให้ประชาชนรออีกนิด ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำตามขั้นตอนก่อน?
นายวีระ ถามกลับนักข่าวทันทีว่า "ให้รออะไร " พร้อมระบุว่า การที่ผู้ว่าฯ สระแก้ว ทหาร ตำรวจ มานั่งล้อมวงทานข้าวกับชาวบ้าน เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เป็นการหลอกประชาชนมาเกลี้ยกล่อม หลอกให้รอต่อไป ตนก็อยากรู้ว่าไปโกหกประชาชนอีกทำไมว่าตุลาคมนี้จบแน่นอน
นายวีระ ระบุว่า หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีฯ ไปลงนามกับ “ฮุน มาเนต” นายกฯ กัมพูชา ที่มาเลเซีย ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบทันที ทหารจะผลักดันชาวกัมพูชาออกจากแผ่นดินไทยก็ไม่ได้ เพราะต้องอยู่ภายใต้ข้อตกลงสันติภาพ เรื่องปักปันเขตแดนก็ต้องย้อนกลับไปนับ 1 ใหม่ ดังนั้นจะให้ประชาชนต้องรอไปถึงเมื่อไหร่ รออีกกี่ปี?
นายวีระ เชื่อว่า นายกฯ ไม่กล้าลงพื้นที่บ้านหนองจาน เพราะกลัวเจอนักข่าวถามว่าทำไมปล่อยให้กัมพูชาอยู่ในแผ่นดินไทยมาหลายสิบปี พร้อมกับตั้งคำถามว่า คนเป็นนายกฯ พูดออกมาได้อย่างไรว่า “เราไปรุกล้ำแผ่นดินกัมพูชา” พูดแบบนั้นได้อย่างไร เป็นคนไทยหรือเปล่า?
ด้าน พันเอก ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กล่าวถึงการนัดรวมพลทวงคืนแผ่นดินไทยของนายวีระ สมความคิด ในวันพรุ่งนี้ว่า ขอบคุณประชาชนที่จะมารวมตัวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร แต่ขอความร่วมมือให้อยู่ในพื้นที่ไม่เกินแนวถนนศรีเพ็ญ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเอง และเจ้าหน้าที่จะได้ปฏิบัติงานได้สะดวก
เมื่อถามว่า มวลชนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรอ รออะไร? ทำไมไม่ผลักดันชาวกัมพูชาออกไปสักที? พันเอก ชัยณรงค์ อธิบายว่า ไทย-กัมพูชา ได้ลงนามในข้อตกลง JBC ซึ่งกำหนดไว้ว่า สองฝ่ายจะต้องกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนด้วยการปักหมุดชั่วคราวตามแนวเส้นแดง เส้นน้ำเงิน ดังนั้นเราต้องให้ขั้นตอนนี้เสร็จสิ้นก่อน
เมื่อถามถึงการรับมือมวลชนวันพรุ่งนี้ พันเอก ชัยณรงค์ ระบุว่า ไม่ได้เตรียมการอะไรเป็นพิเศษ ทหาร ตำรวจ คฝ. และ อส. คอยดูแลความเรียบร้อย อำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนเหมือนเช่นที่ผ่านมา
ทีมข่าว PPTV ยังสอบถามถึงประเด็นการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งตามข้อตกลง JBC ระบุว่า ไทย-กัมพูชา จะร่วมมือกันเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม แต่ที่ผ่านมาไม่เห็นกัมพูชาจะเก็บกู้ทุ่นระเบิดเลยสักครั้ง
พันเอก ชัยณรงค์ อธิบายว่า ตามข้อตกลง JBC คือ แยกกันเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ของประเทศตัวเอง ซึ่งฝ่ายไทยดำเนินการมาโดยตลอด แต่ฝ่ายกัมพูชายังไม่เริ่มเก็บกู้ ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปว่าจะไว้ใจกัมพูชาได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามการเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกัน ไม่มีกรอบเวลากำหนด แต่ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับชุดที่จะปักหมุดชั่วคราว ที่จะเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน เป็นต้นไป
สำหรับการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ในพื้นที่บ้านหนองจาน โซน A ของหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 กองกำลังบูรพา ร่วมกับกองพันทหารช่างที่ 2 ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่ตรวจพบ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล POMZ-2 จำนวน 1 ทุ่น