พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาค 2 เปิดเผยถึง การลงนามปฏิญญาสันติภาพไทย – กัมพูชา ระบุว่า แม้ได้คำว่า “สันติภาพ” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ยุติความตึงเครียดที่ชายแดน และมีโอกาสที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะกระทบกระทั่งกันได้อีก เพราะยังมีการเผชิญหน้ากัน พร้อมย้ำด้วยว่า สันติภาพที่ลงนามไว้ สุดท้ายก็เป็นเพียงแค่กระดาษเท่านั้น แต่ในเนื้อในของเอกสารมีแผลอีกหลายจุดที่ยังไม่ได้รับแก้ไข หรือ แก้ไขไม่ตรงเป้า
ผลของการลงนามนี้ พล.ท.กนก บอกว่า ทำให้ไทยต้องทำตามกติกา นั่นหมายความว่า พื้นที่ก่อนหน้านี้ที่ไทยเคยเสียไป เช่น ปราสาทตาควาย ที่กัมพูชายึดครองทั้งนำปืน กระสอบทราย ตั้งเป็นฐาน รวมทั้งเนิน 350 คงต้องทำใจ และไม่มีโอกาสในการนำกลับคืนมาอีกแล้ว
พล.ท.กนก ยกตัวอย่างว่า แม้ในอนาคตหากมีการเจรจากัน ก็ต้องมาคิดว่ากัมพูชาจะยอมหรือไม่ หรือหากกัมพูชาเสนอทางเลือก เช่น ให้กลับไปอยู่ร่วมกันที่ปราสาทตาเมือนธม เพื่อให้ไทยได้ปราสาทตาควายคืน แบบนี้ก็จะทำให้ปัญหาแบบเดิมกลับมาอีก
ตอนนี้สิ่งที่ไทยทำได้คือ ต้องย้ำให้ชัดว่า พื้นที่บริเวณนั้นเป็นดินแดนของไทย ต้องพยายามเอาคืนมาให้ได้ แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับโอกาส โดยเฉพาะเมื่อไทยเล่นบทสุภาพบุรุษ ทำตามกติกา และนายกรัฐมนตรีมีการลงนามใน ปฏิญญาสันติภาพไทย – กัมพูชา ไปแล้วก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้อีก