เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 68 ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAC) ออกมาอ้างว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ในจังหวัดพระวิหาร เกิดจากระเบิดลูกปราย M-85 ที่ปลิวออกมาจากกระสุนปืนใหญ่ M396 ขนาด 155 มม. ซึ่งไทยยิงเข้ามาระหว่างการปะทะวันที่ 24-28 ก.ค. 68
เหตุระเบิดเกิดขึ้นที่หมู่บ้านบงกล 8 ตำบลสระเอม อำเภอจวมกสันต์ จังหวัดพระวิหาร เมื่อเวลา 17.20 น. ของวันที่ 25 ต.ค. 68 ส่งผลให้เด็กชายวัย 10 ขวบชื่อ ซวน โสวัน เสียชีวิต และเซียน ซอน บิดาวัย 43 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส
CMAC อ้างว่า รายงานการสอบสวนซึ่งวิเคราะห์เศษวัตถุระเบิด ณ ที่เกิดเหตุ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รอยบาดแผล และการตรวจสอบภาคสนาม ณ จุดที่เด็กชายเจอวัตถุระเบิด และคำให้การโดยละเอียดจาก ซิน จันเทียง มารดาของเด็กชายผู้เสียชีวิต เกี่ยวกับวัตถุระเบิด ทีมสอบสวนของ CMAC สรุปว่า วัตถุระเบิดที่ทำให้เด็กชายเสียชีวิตคือ “กระสุนลูกปราย M-85 ที่พุ่งออกมาจากกระสุนปืนใหญ่ M396 ขนาด 155 มม.”
CMAC ระบุว่า “ระเบิดลูกปราย M-85 ซึ่งเป็นวัตถุระเบิดตกค้างจากสงคราม ถูกกองทัพไทยยิงเข้าไปในดินแดนกัมพูชาในช่วงสงครามระหว่างวันที่ 24-28 ก.ค. 68”
CMAC บอกอีกว่า ได้ส่งทีมช่างเทคนิคไปสำรวจพื้นที่ดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 68 และยืนยันว่า เป็นพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนของระเบิดลูกปราย หมายเลข BS18134_B1.2+
ต่อกรณีดังกล่าว พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงว่า เมื่อพิจารณาเนื้อหาของเอกสารชี้แจงและภาพถ่ายที่เกิดเหตุ เปรียบเทียบกับข้อมูลทางเทคนิคของกระสุนปืนใหญ่ชนิดที่ทางกัมพูชาระบุ พบข้อสังเกตสำคัญหลายประการ ดังนี้
1.กองทัพบกไทยมีลูกกระสุนปืนใหญ่ลักษณะดังกล่าวจริง คือ กระสุนระเบิดทวิประสงค์ (Dual Purpose Improved Conventional Munitions – DPICM) ขนาด 155 มิลลิเมตร โดยการทำงานของกระสุนชนิดนี้ เมื่อยิงถึงเป้าหมายที่กำหนด จะระเบิดและปล่อยลูกระเบิดย่อยแบบ M85 ออกมา ซึ่งลูกระเบิดย่อยจะทำงานและระเบิดตัวเองโดยอัตโนมัติ ไม่มีการตกค้างในพื้นที่
2.ลูกระเบิดย่อย M85 ภายในบรรจุดินระเบิดแรงสูงชนิดทรงกรวย (Shaped Charge) ใช้สำหรับเจาะเกราะหรือทำลายที่มั่น แต่ ไม่มีส่วนประกอบของลูกปราย (ลูกเหล็กทรงกลม) ภายในระเบิด
3.จากภาพหลักฐานที่กัมพูชาเผยแพร่ พบว่าลักษณะความเสียหายไม่สอดคล้องกับระเบิดแบบ M85 โดยภาพที่ปรากฏแสดงให้เห็นหลังคาบ้านและโอ่งน้ำมีรูพรุนจำนวนมาก รวมทั้งพบร่องรอยสะเก็ดระเบิดทั่วไป ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของระเบิดแรงสูงแบบ Shaped Charge ที่มักก่อให้เกิดการลุกไหม้หรือหลอมละลายของพื้นผิววัตถุ ทั้งนี้ ระเบิดแบบ M85 ไม่มีคุณสมบัติสร้างสะเก็ดจำนวนมากเช่นที่ปรากฏในภาพ
โฆษกกองทัพบกยังกล่าวเพิ่มเติมว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่ลูกระเบิดย่อยแบบ M85 จะไม่ทำงานจนกลายเป็นระเบิดตกค้าง และแม้ว่าเกิดเหตุระเบิดจากลูกระเบิดแบบ M85 จริง ภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ ขัดแย้งกับข้อสรุปทางนิติวิทยาศาสตร์ของฝ่ายกัมพูชาอย่างชัดเจน
พลตรี วินธัย กล่าวย้ำว่า หวังว่าการนำเสนอข่าวของฝ่ายกัมพูชาจะอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้กลายเป็นข้อมูลบิดเบือนที่อาจถูกใช้สร้างความเข้าใจผิดในสังคม เพราะ การสื่อสารที่ไม่ถูกต้องย่อมส่งผลกระทบต่อกระบวนการลดความขัดแย้ง ที่ทั้งสองประเทศกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้
เรียบเรียงจาก Khmer Times