จากกรณีคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร มีการตรวจสอบการบริหารทรัพยากรของกองทัพในเหตุการณ์ความขัดแย้งชายแดน ไทย-กัมพูชา ทั้งกรณีมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ลงไปช่วยบริจาค และประเด็นการล็อคบริษัทจัดซื้อเกราะนั้น
ล่าสุดเพจ “thaiarmedforce.com” โพสต์ข้อความระบุว่า “Envomilitary เป็นผู้ผลิตเกราะของไทยที่มีขีดความสามารถสูงในระดับหนึ่ง ในประเทศไทยมีอยู่บริษัทเดียวที่เกราะได้ในระดับนี้ ในอาเซียนมีอยู่ไม่กี่บริษัทด้วยซ้ำ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทขายทั้งในและต่างประเทศ
กองพันจู่โจมที่เข้าตีภูมะเขือก็ถือเกราะของ Envo เข้าตีเหมือนกัน ดังนั้นถ้าหน่วยงานหรือกองทัพของไทยจะต้องการจัดหาเสื้อเกราะ มันไม่แปลกที่ทุกคนจะบอกว่าให้ไปซื้อเกราะของ Envo ต่อให้เอา พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างมาจับ ก็ยังสามารถทำได้ เพราะเข้ากรณีสินค้าที่มีผู้ผลิตน้อยราย สามารถเฉพาะเจาะจงได้ด้วยซ้ำ เพราะในประเทศนี้มีบริษัทเดียวที่ทำให้ได้ และผลิตเกราะได้ตั้งแต่ Level I ถึง Level IV เหมือนในโลกนี้ถ้าใครคิดจะผลิตชิปแล้วต้องซื้อเครื่อง Lithography มันก็นึกออกอยู่บริษัทเดียวคือ ASML มันไม่มีทางเลือกอื่น
ส่วนทำไมต้องซื้อ Level IV ทั้งที่ปกติกองทัพจะซื้อ Level III/IIIA ตรงนี้คาดว่าพอหน่วยเห็นว่ามีคนมาบอกว่าจะซื้อเกราะ ให้ไปเลือกมาเลย หน่วยก็คงเลือกของสเปคสูงสุด เอาจริง ๆ เราคิดว่าเรื่องนี้บริษัทไม่น่าจะผิด เพราะเขาเป็นคนขายของ หน่วยงานราชการมาซื้อเขาก็ขาย หน่วยในพื้นที่เจาะจงให้ไปซื้อกับ Envo ก็ไม่น่าจะผิด เพราะประเทศนี้มีผู้ผลิตอยู่บริษัทเดียว
กัน จอมพลัง ไปจ่ายเงินให้บริษัทนี้ก็ไม่น่าจะผิด เพราะหน่วยบอกมาให้ซื้อจากบริษัทนี้ เอาจริง ๆ เชื่อว่ากัน จอมพลัง เผลอ ๆ ไม่รู้จัก Envo ด้วยซ้ำ
แต่ถามว่าเหมาะสมไหม อันนี้มีความไม่เหมาะสมเกิดขึ้นแน่นอน แต่ความไม่เหมาะสมตรงนี้ น่าจะอยู่แค่ทำไม #กองทัพบก มีนโยบายว่าไม่ขอรับบริจาค แต่ยังมีหน่วยทำหนังสือออกไปขอบริจาค รวมถึงถ้าเสื้อเกราะไม่พอ ทำไมถึงไม่พอ เราคาดการณ์สถานการณ์ผิดหรือไม่ ทั้งที่ถ้ามีบริษัทในไทยผลิตได้ มันน่าจะเป็นข้อได้เปรียบในการจัดหาด้วยซ้ำ ตรงนี้ต่างหากที่ควรจะเป็นประเด็น ดีกว่าไปไล่ถามว่าทำไมล็อคสเปคไปซื้อ Envo ครับ”